Share

หน้าเว็บ

Postcard เมืองแป้

.....

Phrae Observer

เว็บไซต์บอกเล่าเรื่องราวของเมืองแพร่ในฐานะผู้สังเกตการณ์

Instagram

เปิดชมและติดตามกันได้นะครับ (^.^)

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ open แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ open แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประชาธิปไตย


".. October 9 มาในหัวเรื่องว่าด้วย “ประชาธิปไตย” คำที่หนังสือเล่มนี้บอกว่า เป็นคำเจ้าปัญหาและแกนกลางของวิวาทะในสังคมการเมืองไทย .."



มาถึงเล่มที่ 9 แล้ว สำหรับหนังสือ October หนังสือรวบรวมบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่แฟนๆสำนักพิมพ์โอเพ่น บุ๊คส์ www.openbooks.com รู้จัก คุ้นเคย และรอคอยที่จะอ่านกัน 

เล่มนี้ พิมพ์เมื่อเดือนตุลาคม 2553 มี “ปกป้อง จันวิทย์” เป็นบรรณาธิการ ความหนา 416 หน้า ราคา 280 บาท

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

October 08

 

".. ภายในยังคงอัดแน่นด้วยเนื้อหาสาระตามแบบของ October ในเล่มที่ผ่านๆมา แบ่งออกเป็น 14 บท 25 เรื่องราว .."


วางแผงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ October เล่มที่ 8 เมื่อเดือนเมษายน 2553
   October 08 หนังสือรวบรวมเรื่องราวน่าอ่าน จากสำนักพิมพ์ openbooks มาพร้อมกับแแท็กต่อท้ายว่า "Political Economy & International Relations"เศรษฐกิจการเมืองโลกและไทยในยุคสมัยแห่งความกลวงเปล่า มี "ปกป้อง จันวิทย์" เป็นบรรณาธิการ

วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ระยะเปลี่ยนผ่าน

".. จัดทำขึ้น โดยหวังว่า "จะมีส่วนร่วมในการทำความเข้าใจแก่ประชาชนทั่วไปที่กำลังสับสนและไม่มั่นใจกับหลักการในระบอบประชาธิปไตย" .."

"ประชาธิปไตยในระยะเปลี่ยนผ่าน" เป็นหนังสือที่สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย จัดทำขึ้น โดยหวังว่า "จะมีส่วนร่วมในการทำความเข้าใจแก่ประชาชนทั่วไปที่กำลังสับสนและไม่มั่นใจกับหลักการในระบอบประชาธิปไตย" (จากคำนำหนังสือ)
    พิมพ์ครั้งแรกปี 2552 โดยสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ มี สินีนาถ เศรษฐพิศาล เป็นบรรณาธิการ ราคา 120 บาท
    ภายในหนังสือ ได้รวบรวมแนวความคิดของบุคคล 5 ท่าน ได้แก่
    พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ในหัวข้อ "สังคมไทยกับการสร้างสรรค์ความกล้าหาญทางจริยธรรม" ซึ่งเป็นหนึ่งในปาฐกถาเกียรติยศชุด "พุทธธรรมนำไทยพ้นวิกฤต"
    อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี จากเรื่อง "ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน" ที่ชี้ให้เห็นว่าการสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน จะต้องมุ่งสร้างระบบที่ให้อำนาจแก่ประชาชน
    "ปฏิรูปสังคม" โดย อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ซึ่งอธิบายให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ระบบการเมืองต้องปรับตัว พร้อมเสนอสิ่งที่สังคมไทยพอจะทำได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อช่วยให้การปรับระบบการเมืองเป็นไปอย่างราบรื่น
    ศุภวุฒิ สายเชื้อ ในเรื่อง "ดุลยภาพใหม่ทางการเมืองในปี 2554-2555" ตัดทอนมาจากรายงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ บริษัท หลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) แสดงภาพประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยให้เห็นว่า จะมีทั้งช่วงดุลยภาพ วิกฤต และเปลี่ยนผ่านมาตลอดตั้งแต่เปลี่ยนเปลี่ยนการปกครองปี 2475 และหากเป็นเช่นนั้น การเมืองไทยจะเข้าสู่ดุลยภาพในปี 2554-2555
    และ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ในเรื่อง "เมืองไทยในระยะเปลี่ยนผ่าน" ซึ่งเป็นการปาฐกถานำสำหรับการประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2550 โดยนำหลักธรรมในพุืทธศาสนามาใช้ในการค้นหาความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศไทย
    และชี้ให้เห็นว่า "กระบวนการแก้ไขความขัดแย้งนั้น ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องการเมือง ไม่ใช่เป็นแค่ประชาธิปไตยหรือไม่ประชาธิปไตย
    "แต่เป็นเรื่องของวุฒิภาวะ เป็นเรื่องของการเติบโต"..

-----------------

หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒


ผู้นำ-อำนาจ

".. ในคำนำ ภิญโญบอกไว้ว่า ได้รวบรวมชีวประวัติของผู้นำโลกยุคใหม่ จากโทนี่ แบลร์ เรื่อยไปจนถึงบารัค โอบามา โดยบอกเล่าเส้นทางการก้าวเข้าสู่อำนาจและบริบททางประวัติศาสตร์ .."

"คนไม่เคยปีนเขาอาจคิดว่าการขึ้นถึงยอดเขาเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด แต่นักปีนเขาเอเวอเรสต์ทุกคนรู้ดีว่า สิ่งสำคัญกว่านั้น คือการลงจากยอดเขา เพราะถ้าไม่รู้วิธีการลง ไฉนเลยจะมีโอกาสอยู่ชื่นชมกับความสำเร็จ..
    "...การลงจากยอดเขาจึงเป็นศิลปะขั้นสูงของนักปีนเขา ซึ่งมนุษย์ทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองควรเรียนรู้ เพราะยอดเขายิ่งสูง พื้นที่ยิ่งแคบและอันตราย ถ้าผู้มาก่อนไม่ยอมเดินลงมาดีๆ แทบทุกกรณีในประวัติศาสตร์ เขามักถูกผู้มาทีหลังถีบตกจากบัลลังก์เสมอ"
    อ่านข้อความข้างต้นแล้ว อาจคิดว่าเป็นการกล่าวถึงนักการเมืองในประเทศไทย แต่เปล่าเลย แม้ใครจะคิดว่าใช่ก็ตาม นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเกริ่นนำเรื่องราวของโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ในหนังสือ "ผู้นำ อำนาจ ประวัติศาสตร์ และการเมืองใหม่" ซึ่งภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เป็นผู้เขียน และมีจนัญญา เตรียมอนุรักษ์ เป็นบรรณาธิการ พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2552 โดยสำนักพิมพ์โอเพ็นบุ๊คส์ ราคา 195 บาท
    ในคำนำ ภิญโญบอกไว้ว่า ได้รวบรวมชีวประวัติของผู้นำโลกยุคใหม่ จากโทนี่ แบลร์ เรื่อยไปจนถึงบารัค โอบามา โดยบอกเล่าเส้นทางการก้าวเข้าสู่อำนาจและบริบททางประวัติศาสตร์ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจพื้นฐานของผู้นำแต่ละคนและความเป็นมาของแต่ละประเทศได้ดีขึ้น
    ระหว่างทางลงของแบลร์ และทางขึ้นของโอบามา นั้น ผู้อ่านจะได้พบกับเส้นทางของผู้นำอีกหลายคน เช่น วิถีของบราวน์, บนบ่าของอาเบะ, เหมา เติ้ง เจียง หู สู่จีนยุคใหม่, ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี คนทุจริตหรือความผิดของกฎหมาย
    ตอนท้ายทางลงของแบลร์ ระบุว่า "จะมีก็แต่นักปีนเขาผู้เชี่ยวชาญ นักการเมืองผู้สามารถ และมนุษย์ผู้เจนจัดในชีวิตเท่านั้น ที่จะเข้าถึงศิลปะขั้นสูงของการเดินลงจากยอดเขา โดยเฉพาะยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ที่อยู่เหนือเอเวอเรสต์ขึ้นไป
    "ที่เรียกกันในภาษาไทยว่า อำนาจ..."


--------------------

หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒


วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ฉบับที่ 7

".. เล่มนี้ ไม่ได้บรรจุแต่สัมภาษณ์พิเศษเท่านั้น แต่ยังมีสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ ของบุคคลระดับโลก .."

หลังจากที่สำนักพิมพ์ openbooks ตีพิมพ์วารสารรายสะดวก OCTOBER ฉบับที่ 6 "ปฏิวัติ 2549" เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550
    1 ปีกว่าๆ ไม่นานนักจากนั้น OCTOBER ก็วางแผงอีกครั้งเป็นฉบับที่ 7 คราวนี้มาในนาม NEXT พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 ราคา 250 บาท มี กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์ และสินีนาถ เศรษฐพิศาล เป็นบรรณาธิการ
    เล่มนี้ ไม่ได้บรรจุแต่สัมภาษณ์พิเศษเท่านั้น แต่ยังมีสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ ของบุคคลระดับโลก เช่น สุนทรพจน์ของบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ในขณะรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และคำกล่าวขอขมาชนพื้นเมืองของเควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ในนามของรัฐสภาออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งแปลโดย อ.สฤณี อาชวานันทกุล ผู้แปลและเรียบเรียงหนังสือ "วิชาสุดท้าย" [ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน] เปิดนำเป็นบทแรกๆ
    ตามมาด้วยคำให้สัมภาษณ์ ที่แบ่งไว้เป็นบทต่างๆ เริ่มจากเศรษฐศาสตร์การเมือง อาทิ การมองการเมืองไทยผ่านแว่นตาของ อ.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ นักประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกา สัมภาษณ์โดย อ.ปกป้อง จันวิทย์ ซึ่งจะช่วยอธิบายสิ่งที่ อ.ธเนศเคยบอกไว้ว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นในแวดวงการเมืองไทยในปัจจุบันนั้น สหรัฐอเมริกาเคยผ่านมาหมดแล้ว"
    บทเกี่ยวกับตัวตนและความคิด ผ่านการสัมภาษณ์สุวิทย์ เมษินทรีย์ ลูกศิษย์และมือขวาสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บทสัมภาษณ์ อ.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ และ อ.สุรัตน์ โหราชัยกุล สัมภาษณ์โดยภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
    และจบด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตและศิลปะ อาทิ บทสัมภาษณ์มาโนช พุฒตาล เกี่ยวกับมุสลิมในโลกสมัยใหม่
    ท่านใดที่ชื่นชอบอ่านปากคำของผู้คน ทั้งจากการเตรียมตัวมาก่อนในรูปแบบสุนทรพจน์ และบทสัมภาษณ์กันแบบถาม-ตอบ ไม่ควรพลาดอ่าน October ฉบับที่ 7 นี้ 
    ด้วยประการทั้งปวง..

---------------------

หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๒


วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ตุลาการภิวัตน์

".. อ.ปิยบุตรเห็นว่า ตุลาการภิวัตน์ที่ผ่านมาไม่สอดคล้องกับหลักการนิติรัฐและประชาธิปไตย และข้อเสนอเรื่อง ตุลาการภิวัตน์ ของ อ.ธีรยุทธ บุญมี เป็นการนำมาพูดไม่หมด .."

"ในพระปรมาภิไธย ประชาธิปไตย และตุลาการ" หนังสือรวมบทความของ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    ชื่อของ อ.ปิยบุตรเคยเป็นข่าวหน้าหนึ่ง เมื่อครั้งร่วมกับอาจารย์คณะนิติศาสตร์อีก 4 คน คือ อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์, อ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช, อ.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล และ อ.ธีระ สุธีวรางกูร ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2551 เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคการเมือง
    หนังสือเล่มนี้ พิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ราคา 180 บาท
    ในบทนำของหนังสือ อ.ปิยบุตรระบุไว้ว่า เป็นรวบรวมบทความในช่วงสองปีที่ผ่านมา แก่นกลางของหนังสืออยู่ที่การทำความเข้าใจต่อบทบาทขององค์กรตุลาการในประชาธิปไตย การวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยในคดีที่เกี่ยวกับการเมือง และมีบางบทความเกี่ยวกับพระราชอำนาจและบทบาทกษัตริย์ตามระบอบประชาธิปไตย
    อ.ปิยบุตรเห็นว่า ตุลาการภิวัตน์ที่ผ่านมาไม่สอดคล้องกับหลักการนิติรัฐและประชาธิปไตย และข้อเสนอเรื่อง ตุลาการภิวัตน์ ของ อ.ธีรยุทธ บุญมี เป็นการนำมาพูดไม่หมด เนื่องจากตุลาการภิวัตน์ที่ผ่านมา มีแต่การปราบปรามนักการเมือง ไม่ได้ขยายความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ไม่ได้ควบคุมองค์กรผู้ใช้อำนาจมหาชนไม่ให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจอันอาจกระทบ ต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
    ตัวอย่างของบทความในหนังสือเล่มนี้ก็เช่น "ตุลาการวิบัติ ประสบการณ์ของฝรั่งเศส" ซึ่งกล่าวถึงการที่ตุลาการเข้าไปแทรกแซงการเมืองจนเสียดุลยภาพของอำนาจ ผลที่ตามมาในฝรั่งเศสนั้นเป็นอย่างไร
ตัวอย่างการยุบพรรคการเมืองในต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นเงื่อนไขในการยุบพรรคการเมืองว่าเหมือนหรือแตกต่างจากของ ประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร
    บางคนอาจจะบอกว่า "ในพระปรมาภิไธย ประชาธิปไตย และตุลาการ" เป็นหนังสือสีโน้นสีนี้ แต่หากได้อ่านโดยปราศจากอคติแล้ว จะพบว่าเป็นหนังสือทางวิชาการที่ดี
    อีกเล่มหนึ่ง..

------------------

หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๒


วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554

12 นักคิด

".. ในหนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วยนักคิด 12 คน ซึ่ง อ.สฤณีมองว่า เป็น 12 นักคิดผู้สั่นโลกไหวด้วยแนวคิดใหม่เพื่อมนุษยชาติ .."

ท่ามกลางความเป็นไปในโลกนี้
กระแสทุนนิยมกำลังมีผลต่อคนเราแทบจะทุกคน บางคนก็ถูกทุนครอบงำจนคิดจะแสวงหาแต่เงินทอง บ้างก็คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง
   ในช่วงเวลาที่ผ่านมาในประเทศไทย ก็มีคนพูดถึงทุนนิยมกันว่า เกิด "ทุนนิยมสามานย์" กระทั่งจนถึงทุกวันนี้ก็ว่า เกิดการต่อสู้กันของศักดินาล้าหลังกับทุนนิยมสามานย์ ซึ่งอาจจะจบลงด้วยการแตกหักกันไปข้าง
   แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีผู้คนอีกมาก ซึ่งคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าจะกอบโกยผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง
   สฤณี อาชวานันทกุล หรือ "คนชายขอบ" @Fringer แห่งบล็อก fringer.org ได้หยิบยกตัวอย่างคนกลุ่มนี้มาไว้ในหนังสือ ทู ธิงค์ เวลล์ อีส กูด ทู ธิงค์ ไรท์ อีส เบทเทอร์ พิมพ์ครั้งแรกเดือนเมษายน 2549 โดยสำนักพิมพ์ openbooks ความหนา 256 หน้า ราคา 180 บาท
   ในหนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วยนักคิด 12 คน ซึ่ง อ.สฤณีมองว่า เป็น 12 นักคิดผู้สั่นโลกไหวด้วยแนวคิดใหม่เพื่อมนุษยชาติ
   อาทิ จาเรด ไดมอนด์ ซึ่งศึกษาประวัติศาสตร์โดยใช้วิทยาศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า ไม่มีชนชาติใดฉลาดไปกว่าชนชาติอื่น ไม่ว่าชนชาตินั้นจะผิวดำ ผิวสี ไม่เกี่ยวอะไรกับยีนของแต่ละเชื้อชาติ แต่เป็นเรื่องของปัจจัยทางภูมิศาสตร์
   ฟารีด ซากาเรีย บรรณาธิการหนังสือนิวส์วีค ซึ่งชี้ให้เห็นถึงอันตรายของประชาธิปไตยไร้เสรี
   บียอร์น ล็อมบอร์ก นักสิ่งแวดล้อม ผู้ไม่คิดว่าสภาพของโลกไม่ได้เลวร้ายอย่างที่นักสิ่งแวดล้อมกระแสหลักพยายามบอกเรา เขาไม่ได้คิดอย่างเดียว แต่บอกเราโดยใช้ข้อมูลมาหักล้างกับกระแสหลัก
   ยังมีอีกหลายคน แต่นำมาเสนอได้ไม่หมด ล้วนแล้วแต่มีแนวคิดที่น่าสนใจ ซึ่ง อ.สฤณีหวังไว้ว่า หนังสือเล่มนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ "จิตสำนึกสาธารณะ" ก่อตัวอย่างอบอุ่นในดวงใจผู้อ่านทุกท่าน
   ผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ก็หวังให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน..

----------------------

หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ก่อนตะวันฉาย"ฉาน"

คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๑
โดย เด็กชายก้อง twitter @DekchildKong


"..หนังสือเล่มนี้ได้บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพของสหภาพพม่าจากอังกฤษ ความเป็นมาของปัญหา และการดำเนินการกู้ชาติ ผ่านข้อเขียนของ พ.อ.เจ้ายอดศึก.."



หากเอ่ยถึงชื่อของ "พม่า" แล้ว
    ปัญหาหนึ่ง ที่เกิดขึ้นมายาวนานในประเทศแห่งนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความขัดแย้งกันระหว่างรัฐบาลทหารพม่าและชนชาติอื่นๆ ซึ่งก่อตัวมาตั้งแต่ครั้งที่ดินแดนแห่งนี้ได้รับอิสรภาพจากอังกฤษเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2491
    ครั้งนั้นแม้ว่า 4 ชนชาติ อันประกอบด้วยไทใหญ่ ฉิ่น กระฉิ่น และพม่า ได้ตั้งประเทศในนาม "สหภาพพม่า" ร่วมกันและกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแรกไว้ว่า เมื่อครบ 10 ปี รัฐต่างๆจะแยกตัวไปตั้งประเทศของตนเป็นเอกราชได้ ก็ตาม
    แต่ภายหลังก็เกิดปัญหาตามมา เมื่อพม่าใช้ข้ออ้างในการปราบกลุ่มกะเหรี่ยงและทหารจีนก๊กมินตั๋ง ปักหลักทหารในรัฐฉาน และไม่ทำตามสนธิสัญญาปางโหลง ที่ทำขึ้นก่อนการได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ
    ปัญหายืดเยื้อมาอีกหลายสิบปี จนกระทั่ง "ขุนส่า" ผู้นำกองทัพเมิงไต หน่วยทหารที่มีประสิทธิภาพที่สุดของรัฐฉาน ได้มอบตัวและสลายกองกำลัง เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2538
    แต่ "เจ้ายอดศึก" ยังไม่ถอดใจ และได้ร่วมกับเจ้ากานยอดและเจ้าเสือแท่น ตั้งกองกำลังรัฐฉานหรือเอส เอส เอ - ฉาน สเตท อาร์มี (SSA - Shan State Army) ขึ้นเพื่อทำงานกู้ชาติต่อไป
    เรื่องราวของชนชาติไทใหญ่นี้ ได้ถูกนำเสนอเป็นหนังสือในประเทศไทยอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ ก่อนตะวันฉาย"ฉาน" โดยสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ openbooks พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2550 ความหนา 254 หน้า ราคา 195 บาท เขียนโดย พ.อ.เจ้ายอดศึก, นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว และนวลแก้ว บูรพวัฒน์
    หนังสือเล่มนี้ได้บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพของสหภาพพม่าจากอังกฤษ ความเป็นมาของปัญหา และการดำเนินการกู้ชาติ ผ่านข้อเขียนของ พ.อ.เจ้ายอดศึก
    บอกเล่าสภาพชีวิตของชาวไทใหญ่ ภายใต้การกระทำอันโหดร้ายทารุณของทหารพม่า การบอกเล่าถึงชีวิตทหารกู้ชาติ ซึ่งหลายคนเข้ามาทำงานหาประสบการณ์ชีวิตก่อนออกรบที่ประเทศไทย และอีกหลายเรื่องราว โดยเฉพาะการรักษาวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของพวกเขาและเธอไว้ ผ่านข้อเขียนของสองสาวสื่อมวลชน ซึ่งเคยมีผลงานร่วมกันก่อนหน้านี้ในหนังสือ "ไทรบพม่า"
    แม้ว่าเรื่องราวในหนังสือนี้จะเป็นจริงทั้งหมดอย่างนั้นหรือไม่ก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ให้เรารับรู้ความเป็นมาและกำลังจะเป็นไปของ "ไทใหญ่" ชนชาติหนึ่งในความหลากหลายของดินแดนแถบนี้ได้ดี
    อีกเล่มหนึ่ง..


------------------

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เศรษฐ’ธรรมศาสตร์

คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓
โดย เด็กชายก้อง twitter @DekchildKong



"..หนังสือเล่มนี้ว่า สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐศาสตร์การเมืองมีขอบเขตกว้างขวางกว่าแนวคิดของลัทธิมาร์กซ์ตามที่เข้าใจในบ้านเรา.."

“เศรษฐศาสตร์การเมืองและสถาบัน สำนักท่าพระจันทร์”
    หนังสือเล่มแรกในชุด “เศรษฐธรรมศาสตร์ วิชาการ” หนึ่งในชุดหนังสือจากโครงการ “เศรษฐธรรมศาสตร์ ตลาดวิชา”
    พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2552 โดยสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊กส์ www.openbooks.com มี “ปกป้อง จันวิทย์” เป็นบรรณาธิการ ความหนา 560 หน้า ราคา 400 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บทสนทนาของชีวิต

คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐
โดย เด็กชายก้อง twitter @DekchildKong



"..แม้บทสัมภาษณ์บางชิ้นจะผ่านกาลเวลายาวนานกว่า 7 ปี แต่เวลาก็หาได้กัดกร่อนความงามและความคิดที่แฝงตัวอยู่ตลอดในทุกช่วงของบทสนทนาแต่ละชิ้นไปไม่.."




หากถามบรรดาแฟนๆ นิตยสาร open ว่าชอบอะไรในเจ้าหนังสือเล่มบางไร้โฆษณาฉบับนี้มากที่สุด
    หลายต่อหลายคนอาจจะตอบตรงกันว่า เพราะชอบในบทสัมภาษณ์ ที่กลั่นเอาความเป็นตัวตนของผู้ให้สัมภาษณ์ออกมาได้อย่างอิ่มเอม ตรงนี้แหละที่เป็นเสน่ห์ของ open ที่ทำเอาบรรดานักอ่านติดตามมาตลอด 
    ทำให้หลังการปิดตัวลงของนิตยสาร open ซึ่ง "ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา" บรรณาธิการ บอกว่า เป็นการลาพักร้อน นั้น หลายคนยังถวิลหาการกลับมาของ open และคิดถึงบทสัมภาษณ์ที่ผ่านมา

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แด่สื่ออิสระ

คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๐
โดย เด็กชายก้อง twitter @DekchildKong


"..ฉันตัดสินใจเปลี่ยนแปลงโครงการนี้ชนิดกลับตาลปัตรหลังจากเกิดรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน หลังจากหารือกับเวียนนา มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และ OPEN เราก็ตัดสินใจว่าจะทำหนังสือว่าด้วยประชาธิปไตย.."



หากพูดถึง Documenta แล้ว
    จะหมายถึงชื่องานแสดงนิทรรศการศิลปะนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ 5 ปี ในเมืองแคสเซล สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
    และ Bangkok Documenta Magazine เป็นหนังสือในโครงการที่อุทิศให้แก่สื่ออิสระ ภายใต้ความร่วมมือกันระหว่างงานนิทรรศการ Documenta ที่กล่าวถึง และสื่อมวลชนไทยในชื่อภาษาไทยที่ว่า จากรัฐประหารสยามสู่งานศิลปะยุโรป
    หนังสือเล่มนี้ รับจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ openbooks พิมพ์ครั้งแรกในปี 2550 ความหนา 329 หน้า ราคา 180 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

มีอะไรใหม่ๆ ไหม ?


คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๐
โดย เด็กชายก้อง twitter @DekchildKong


"..ในการตอบคำถาม อ.ไชยันต์เปรียบตัวเองเหมือน เซลส์แมน ขายความรู้ คล้ายดังพวกโซฟิสต์ ในการเดินเรื่อง.."


หากพูดถึงคำว่า "โพสต์ โมเดิร์น" หลายคนอาจจะพยายามนึกว่าหมายถึงอะไร
    อาจจะคิดไปได้ว่า อาจจะเป็นหนังสือพิมพ์เล่มใหม่ก็เป็นได้
    หลายคนอาจจะทราบความหมายกันแล้ว
    และหากใครต้องการจะเรียนรู้ "โพสต์ โมเดิร์น" ในอีกมุมมองหนึ่ง ก็น่าจะลองหยิบหนังสือ "Post Modern ชะตากรรมโพสต์โมเดิร์นในอุ้งมือนักปรัชญาการเมืองโบราณ" เล่มนี้มาอ่านกัน
    เล่มนี้เขียนโดย "ไชยันต์ ไชยพร" หัวหน้าภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิมพ์ครั้งแรก กุมภาพันธ์ 2550 โดยสำนักพิมพ์ openbook ความหนา 370 หน้า ราคา 250 บาท

ปากคำประวัติศาสตร์


คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๐
โดย เด็กชายก้อง twitter @DekchildKong


"..แน่นอนย่อมมีทั้งที่ท่านชอบและไม่ชอบ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ทั้งหมดนี้คือ ปากคำประวัติศาสตร์.."


หากเอ่ยถึงโอเพ็น (Open) หลายๆคนที่ชอบอ่านหนังสือแนวการเมือง สังคม เศรษฐกิจ คงเคยได้ยินชื่อนี้กันมาบ้างแล้ว
   ภายใต้การนำของ "ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา"
   ทั้งจากวารสารโอเพ็น ที่ประกาศลาพักร้อนไป ก่อนจะกลายสภาพไปเป็นเว็บไซต์ออนโอเพ็น www.onopen.com และหนังสือต่างๆที่ออกมาในนามสำนักพิมพ์โอเพ็นบุ๊คส์ (openbooks)
   ล่าสุด สำนักพิมพ์โอเพ็นบุ๊คส์ได้ออก October เล่มที่ 6 วารสารที่โอเพ็นเองใช้คำเรียกว่าเป็นวารสารรายสะดวก ในชื่อว่า "ปฏิวัติ 2549" โดยพิมพ์ครั้งแรก กุมภาพันธ์ 2550 ความหนา 407 หน้า ราคา 250 บาท มีภิญโญทำหน้าที่บรรณาธิการ

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More