Share

หน้าเว็บ

Postcard เมืองแป้

.....

Phrae Observer

เว็บไซต์บอกเล่าเรื่องราวของเมืองแพร่ในฐานะผู้สังเกตการณ์

Instagram

เปิดชมและติดตามกันได้นะครับ (^.^)

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อื่นๆอีกมากมาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อื่นๆอีกมากมาย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

ว่าด้วยข้อสงสัยที่มีต่อฟิกซ์เกียร์

วันก่อน (นานหลายวันทีเดียว) เพื่อนคนหนึ่งกล่าวว่าจะเลิกขี่จักรยานฟิกซ์เกียร์แล้ว เพราะล้อเล็ก อันตรายเวลาตกลงหลุม แม้แต่ร่องถนนเล็กๆก็ตาม จะเปลี่ยนมาปั่นพวกเสือภูเขา เพราะล้อใหญ่ดี



วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

ลองปรับดิจิตอลให้เหมือนมาจากฟิล์ม Sometime I Love Old Film Stye.


ยากแต่งภาพดิจิตอลให้สีสันออกมาเหมือนกับภาพที่อัดมาจากฟิล์มถ่ายภาพมานานแล้วครับ พยายามลองแต่งหลายครั้งโดยดูจากภาพจากฟิล์มจริงๆ ดูสีจากคนนั้นคนนี้มาเรื่อย


วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มามะ มาดริปกาแฟกัน


หลายคนคงไม่ปฏิเสธว่า หลงใหลความหอมอร่อยของเครื่องดื่มสีดำ นาม "กาแฟ" 

ยามเช้าของบางคนไม่อาจจะขาดกาแฟไปได้ หรือบางช่วงเวลาอื่นของวันก็ยังต้องการได้ดื่มอีกสักหนสองหน

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ติดใจในรสชาติของกาแฟ โดยเฉพาะกาแฟดำร้อนๆ ปราศจากน้ำตาล นม หรือครีมเทียม เพราะความที่ชอบดื่มกาแฟนี้เอง ทำให้ตัดสินใจซื้อกาแฟมาชงดื่มเองนานมากแล้ว 

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เพลงลอยกระทง น้ำนองเต็มตลิ่ง ?


ใครๆก็คงเคยฟังเพลงลอยกระทงใช่ไหมครับ

เพลงที่ร้องกันว่า "วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง.. "

นั่นแหละครับ ที่ผมเขียนถึง

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การสำรวจพื้นที่ชุมชนโบราณในจังหวัดแพร่

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (๓ พ.ย. ๒๕๕๕)
กาดกองเก่าได้มีโอกาสจัดเวทีบอกเล่าประสบการณ์การค้นคว้ามรดกวัฒนธรรมของคุณมิซึโฮะ อิเคดะ นักศึกษาปริญญาเอก ภาควิชามนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเซดะ ประเทศญี่ปุ่น



หลังจากที่เธอได้ลงพื้นที่สำรวจชุมชนโบราณในจังหวัดแพร่ รวมทั้งสิ้น ๙ แห่ง
ได้แก่
๑. ต้นผึ้ง บ้านกลาง อ.สอง
๒. เวียงเทพ ห้วยหม้าย อ.สอง
๓. แม่คำมีวังช้าง อ.เมืองแพร่
๔. เวียงเหนือ บ้านเวียง อ.ร้องกวาง
๕. แม่บงเหนือ หัวทุ่ง อ.ลอง
๖. แม่รัง หัวทุ่ง อ.ลอง
๗.ไฮสร้อย / โกรนหลวง อ.ลอง
๘. ห้วยสวก อ.ลอง
๙. ตรอกสลอบ อ.วังชิ้น

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

จิตร ภูมิศักดิ์ นอกคอกนักวิชาการ


โดย เกษียร เตชะพีระ
ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555



          (เมื่อ 10 ปีก่อน ผู้เขียนได้ไปร่วมอภิปรายในงานสัมมนา 72 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน บันทึกคำอภิปรายดังกล่าวค่อนข้างหายากในสื่อสาธารณะ ขณะที่เนื้อหาคำอภิปรายเกี่ยวกับสภาพเงื่อนไขและชะตากรรมของปัญญาชนผู้เลือกออกนอกวงวิชาการและเข้าสู่ขบวนปฏิวัตินั้นยังอาจน่าสนใจขบคิดวิเคราะห์ต่อไปบ้างเพื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในแวดวงปัญญาชนและนักวิชาการปัจจุบัน จึงใคร่ขอนำมาเผยแพร่ใหม่ในคอลัมน์นี้)

          ผมขอแบ่งการอภิปรายออกเป็น 5 หัวข้อคือ: -
          1) ความไม่เป็นนักวิชาการของจิตร
          2) คอกนักวิชาการที่จิตรแหก
          3) บริบทของการแหกคอก
          4) คอกปัญญาชนปฏิวัติ
          5) บทสรุปจากในคอก

          1)ความไม่เป็นนักวิชาการของจิตร

          หัวข้อสัมมนาที่ผู้จัดตั้งไว้ว่า "จิตร ภูมิศักดิ์ นักวิชาการนอกคอก" ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของเพื่อนคนหนึ่งนานมาแล้ว คือคุณสุพจน์ แจ้งเร็ว อดีตนักกิจกรรมนักศึกษาธรรมศาสตร์รุ่นใกล้เคียงกัน และปัจจุบัน (พ.ศ.2545) เป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์มติชน สุพจน์เคยกล่าววิพากษ์วิจารณ์ความพยายามของนักวิชาการเสรีนิยมกลุ่มหนึ่งที่มี อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการรื้อฟื้นและเน้นความสำคัญงานเขียนเชิงวิชาการของจิตรสมัยปี พ.ศ.2518-2519 หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 เช่นเรื่อง ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ (พ.ศ.2519) ว่าเป็นการ "ทำให้จิตรเป็นแค่นักวิชาการ"


วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กลอง กะ บานอ เชื่อมสัมพันธ์ไทย “พุทธ-มุสลิม”

กลอง” และ “บานอ” แม้จะเขียนต่างกัน แต่มีความหมายเดียวกันคือเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้าน 

“กลอง” คือกลองในภาษาไทย ส่วน “บานอ” คือกลองชนิดหนึ่งในภาษามลายูปัตตานี ภาษาที่ใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย



ด้วยความหมายที่เหมือนกัน กลองและบานอจึงได้รับการเลือกให้เป็นชื่อการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้านขององค์กรเยาวชนชายแดนใต้ ซึ่งเป็นการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2553 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผลการประกวดภาพถ่าย "ฤดูร้อน"



ช่วงหลังสงกรานต์ได้พอหายเหนื่อย

ผมได้จัดกิจกรรมประกวดถ่ายภาพขึ้นเป็นการภายในชมรมถ่ายภาพจังหวัดแพร่ Phrae Photo Club 

ใช้หัวข้อว่า "ฤดูร้อน" 

ก็ไม่ได้จัดเพื่อประกวดฝีมือว่าใครเก่งกว่าใคร ใครเทพกว่าใคร แต่ก็เพื่อกระชับมิตร จัดกิจกรรมเพื่อร่วมสนุกกันของชมรม

กิจกรรมแบบนี้ ใช่ว่าผมจะจัดเป็นคนแรกนะครับ 

แต่เป็นหมอเอ็กซ์ เป็นผู้ริเริ่มขึ้น ครั้งที่แล้วในหัวข้อ "เสียง"


การประกวดภาพถ่ายครั้งที่ 2 นี้ มีสมาชิกส่งภาพเข้าร่วม 11 ภาพ ดังนี้ครับ

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

DoctorMe หมอดีๆในมือคุณ

เคยกันไหมครับ เจ็บป่วย-เวียนหัว-ปวดหลัง-คันหู แล้วไม่รู้ว่าเป็นอะไร
จะหันไปถามใครก็ไม่แน่ใจว่าคำตอบที่ได้นั้น
เออ.. ทำให้หาย หรือ หนักกว่าเดิม

บางคนก็ปล่อยให้หายเอง
บางคนก็ออกไปซื้อยากินเอง
กรณีหลังนี้ บางครั้งได้ยาไม่ถูกกับโรค ก็ได้อีกโรคแถมกันมา

วันนี้ มีอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาสุขภาพให้เรากัน ในแบบอินเทรนด์ยุค 3.9G (ที่ยังรอ กสทช.) นั่นคือ DoctorMe แอปพลิเคชั่นสุขภาพบนมือถือตัวแรกของเมืองไทย


วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

"สึนามิโมเดล" ตอบโจทย์นวัตกรรมการเรียนรู้นอกตำรา


สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดงานเปิดตัว “สื่อการเรียนรู้ต้นแบบจำลองการเกิด ‘สึนามิ’ เสมือนจริงแห่งแรกในประเทศไทย” จากฝีมือของนักเรียนและครูโรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม โดยภายในงานยังมีการเสวนาเรื่อง “โมเดลสื่อการเรียนรู้ภัยพิบัติ ‘สึนามิ’ กับการตั้งรับและการอยู่ร่วมหลังภัยพิบัติ” เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 ณ โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

“กาดแลงฮอมปอยสุขภาพ” ตลาดร่วมแรง-ใจสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

".. ตลาดยามเย็นที่นำวัฒนธรรมการร่วมแรงร่วมใจและช่วยเหลือกันของชาวล้านนาเข้ามาช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิต .."


ภายหลังการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) หน่วยงานท้องถิ่นเหล่านี้ ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ก็ล้วนจะเริ่มมีบทบาทในการทำงานกับประชาชนในพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่งานด้านการปกครองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงงานด้านอื่นๆ รวมทั้ง การพัฒนาคุณภาพชีวิตและบริการทางสาธารณสุข

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

สสส.ร่วมต่อยอด “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” สานพลังเยาวชน ร่วมลดโลกร้อน-เสริมสร้างสุขภาวะชุมชน

".. ในส่วนของการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งอาจจะเป็นคำใหม่ของใครหลายคนนั้น มีสถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นผู้ดำเนินการร่วมกับองค์กรที่มีภูมิหลังด้านการพัฒนาคนและองค์กรชุมชนด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนมากว่า 12 ปี  .."


แม้ว่าการท่องเที่ยวจะสร้างความสุขให้แก่คนเรามากมาย แต่ก็มีค่าใช้จ่ายบางอย่างที่เราอาจจะคาดไม่ถึงเกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งจากการใช้พลังงานในการขนส่ง การอุปโภคบริโภคหรือจากกิจกรรมต่างๆในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งถูกมองเป็นหนึ่งในตัวการให้เกิดภาวะโลกร้อน


   ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงเกิดแนวคิดใหม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่หวังให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด หรือไม่ก็ให้การท่องเที่ยวนั้นเป็นไปเพื่อส่งเสริมการรักษาโลกใบนี้เอาไว้ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการท่องเที่ยวโดยชุมชน


วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

ผลวิจัยจากอังกฤษ-สหรัฐอเมริกาย้ำ น้ำอัดลมทำความดันเลือดเสียสมดุล


".. แม้ว่านักวิจัยจะยังระบุกลไกซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงปัจจัยด้านความดันโลหิตสูงและการดื่มน้ำอัดลมจำนวนมากไม่ชัดเจน แต่เชื่อว่าระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อขนาดเส้นโลหิตและระดับเกลือของร่างกาย .."

การเติมความหวานให้ชีวิตอาจทำให้สุขภาพจิตสดชื่นแจ่มใส
   แต่การเติม “น้ำตาล” ในอาหาร การกินผลไม้ที่มีรสหวานจัด ดื่มน้ำอัดลมเกิน 325 มิลลิลิตรต่อวัน รวมถึงการเติมน้ำตาลยิ่งมากยิ่งไม่ดีต่อสุขภาพ หากรับประทานอาหารรสหวานมากเป็นประจำจะทำให้ระบบความสมดุลของแร่ธาตุในร่างกายเสียไป โดยเฉพาะกรดอะมิโนทริปโตฟานจะถูกเร่งไปสู่สมองมากเกินไป ทำให้เกิดอาการเซื่องซึม เหนื่อยง่าย ไม่กระฉับกระเฉง ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดลง ติดเชื้อง่ายและผลของการเผาผลาญน้ำตาลจะเป็นตัวเร่งให้เกิดอนุมูลอิสระ
   ผลการวิจัยล่าสุด ระบุว่า เครื่องดื่มน้ำอัดลมส่งผลทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง เกิดภาวะความดันโลหิตเสียสมดุล โดยระดับน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มสูงขึ้นหากดื่มน้ำอัดลมเกินปริมาณหน่วยบริโภคที่แนะนำต่อวัน
   งานวิจัยดังกล่าวได้ศึกษาจากกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 40 – 59 ปี จำนวน 2,500 คนในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา พบว่าดื่มน้ำอัดลมหนึ่งครั้งในแต่ละวันมีระดับน้ำตาลในเส้นเลือดสูงสุด และยังได้รับพลังงานเพิ่มมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มน้ำอัดลมถึง 397 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งพลังงานที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันจะทำให้ค่าความดันโลหิตตัวบนเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 1.6 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) และค่าความดันโลหิตตัวล่างสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 0.8 มิลลิเมตรปรอท โดยความดันที่ 1 มิลลิเมตรปรอทจะส่งผลให้ปรอทในหลอดแก้วสูงขึ้น 1 มิลลิเมตร

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

เรื่องของเถาวัลย์กับสายไฟฟ้า กฟน.

เบื่อไหมครับ เวลาต้องติดต่อกับหน่วยราชการเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อน
ผมเองก็เบื่อนะ โดยเฉพาะเบื่อเรื่องความล่าช้า โยนกันไปมา
ที่กำลังเจออยู่ก็คือ การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. (โยนกันเองในหน่วยงานด้วย)


เหตุเกิดจากการที่ผมไม่ได้อยู่ที่บ้านใน กทม.มานาน
พอกลับมาก็พบว่า มีเถาวัลย์ขึ้นไปเลื้อยสบายใจอยู่บนสายไฟหน้าบ้าน


(ภาพเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2554)

ผมก็จัดการจ้างคนมาถางบริเวณหน้าบ้านเสีย
แต่เจ้าเถาวัลย์บนสายไฟนี้ ก็ดูจะเกินปัญญาจะจัดการ
หนึ่งก็เกรงว่าไฟจะดูดคนงาน เดี๋ยวจะกลายเป็นผีเฝ้าหน้าบ้านเสีย
สองก็หวั่นว่าจะไปทำสายไฟท่านขาด ชาวบ้านคนอื่นเขาจะเดือดร้อนไปกับความเบาปัญญาของผม

วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
นั่นก็คือการโทรศัพท์ไปแจ้งการไฟฟ้า ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าของเสาและสายไฟฟ้า
ผมก็โทรฯไปหมายเลข 1130 ซึ่งเป็นศูนย์ผู้บริการผู้ใช้ไฟฟ้าของ กฟน. เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2554 (ตอนแรกจำไมไ่ด้แล้วว่าโทรฯไปวันไหน เพราะนานแล้วและโทรไปหลายครั้ง แต่เจ้าหน้าที่เขาทวนให้ฟัง)
มหากาพย์ว่าด้วยเรื่องเถาวัลย์พันสายไฟระหว่างผม ผู้ใช้ไฟฟ้า และ กฟน. ผู้ให้บริการก็เริ่มขึ้น ณ ตั้งแต่วันนั้น

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

อบต.ดอนแก้ว จัดกิจกรรมต้นแบบจิตอาสาฟื้นฟูผู้สูงอายุ – ผู้พิการ สร้าง “ชุมชนน่าอยู่”

จากกระแสโลกาภิวัฒน์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคมทุกระดับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชุมชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะต่างจังหวัดก็ได้รับผลกระทบของคลื่นโลกาภิวัฒน์ที่ถาโถมเปลี่ยนแปลงบริบทของชุมชนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ภูมิปัญญาและจุดเด่นต่างๆ อันเป็นลักษณะเฉพาะของสังคมกสิกรรมค่อยๆ เลือนหายไป ความเป็นชนบทถูกแทนที่ด้วยสังคมเมือง ผู้คนเปลี่ยนวิถีชีวิตจากทำการเกษตรเป็นการวิ่งออกไปทำงานในเมืองใหญ่ เหลือทิ้งไว้แต่คนแก่ เด็ก และผู้พิการให้อยู่ในบ้านอันเงียบเหงา 

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งให้ความสำคัญต่อพัฒนาสุขภาวะชุมชนให้เป็น “ชุมชนน่าอยู่” จึงได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จัดโครงการพัฒนาเครือข่ายสุขภาวะชุมชนสู่ตำบลน่าอยู่ในเขตภาคเหนือตอนบน โดยมี อบต.ดอนแก้วซึ่งพัฒนาชุมชนของตนให้เป็นชุมชนน่าอยู่ได้สำเร็จ โดยมีจุดเด่นด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่สมบูรณ์แข็งแรง เป็นแกนนำในการชักชวนอีกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 60 แห่ง มาเป็นเครือข่ายถอดบทเรียนการสร้างชุมชนน่าอยู่ของตนเอง ล่าสุดคณะกรรมการบริหารแผน สสส. นำโดย น.พ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานกรรมการ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและเยี่ยมเยียน อบต.ดอนแก้ว

วันเสาร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554

“สสส.” ร่วมสร้างจิตสาธารณะแก่เด็กไทย จัดกิจกรรม “อาสา-แบ่งปัน” รับวันเด็ก ‘54



            หนึ่งในพื้นที่จัดงานวันเด็กที่ได้รับความนิยม คือ ทำเนียบรัฐบาล ในปีนี้ก็เช่นกัน ที่บรรดาเด็กๆจากทั่วสารทิศได้เข้ามาร่วมกิจกรรมหลากหลายอย่างซึ่งจัดขึ้นภายในสถานที่แห่งนี้
            สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นอีกหนึ่งองค์กร ที่เข้ามาร่วมจัดกิจกรรม ณ บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยในปีนี้ ได้มีการตั้งกล่องเพื่อรับบริจาคของขวัญให้แก่มูลนิธิที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กและพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อให้เด็กๆที่มาร่วมงานได้รู้จักแบ่งปัน ซึ่งสอดคล้องกับหนึ่งในคำขวัญวันเด็ก ปี 2554 ในเรื่องจิตสาธารณะ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเขียนการ์ดให้เด็กๆในโรงพยาบาลเด็ก การรับบริจาคหนังสือช่วยน้ำท่วม จากโครงการตลาดนัดแบ่งปันหนังสือเด็กมือสอง รวมน้ำใจช่วยน้ำท่วม ซึ่งหลังจากนี้ ยังคงรับบริจาคตามจุดบริจาคของโครงการทั่วประเทศ

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

ข้าวเหนียว : แปลกตรงไหนถ้าหากจะทานข้าวเหนียวกับอาหารไทย

"..แต่ใครจะรู้บ้างว่า ข้าวเจ้า จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ข้าวที่มีต้นกำเนิดในประเทศชาติที่จำหน่ายข้าวได้มากเป็นอันดับต้นๆของโลก.."




"เฮ้ย ! แปลกดีว่ะ"
 รุ่นพี่คนหนึ่ง ใน(อดีต)ที่ทำงาน ที่กรุงเทพฯ อุทานขึ้นมา แม้ไม่ดังนัก แต่ก็เรียกความสนใจจากเพื่อนร่วมวงอาหารมื้อเที่ยงมื้อหนึ่งในวันอันแสนร้อนได้
 "อะไรแปลกพี่"
 "ก็เอ็งนั่นแหละ ก้อง"
 "ทานข้าวเหนียวกับผัดกระเพรา ไข่เจียว"
 "ข้าวเหนียวนี่ เขาไม่ได้เอาไว้ทานกับไก่ย่างส้มตำเหรอว่ะ" หลังจบคำถาม หลายคนร่วมโต๊ะอาหารทำหน้าคล้ายจะสงสัยเช่นเดียวกัน แต่บางคนทำหน้าเรียบเฉย
 "ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่พี่ ที่บ้านผม เขาก็ทานกันอย่างนี้"
 "หมายถึงบ้านที่ภาคเหนืออ่ะนะ"
 "ใช่ พี่ ก่อนนอน แม่จะเอาข้าวสารเหนียวนี่ไปแช่น้ำไว้ แล้วพอเช้าตรู่ก็จะลุกมานึ่งข้าว แล้วก็เก็บไว้กินกันได้ทั้งวัน ไม่เหมือนพวกที่ขายกันในกรุงเทพฯหรอก ที่ส่วนใหญ่ลวกน้ำร้อน ไม่อร่อย"
 "ก็กินกันได้ทั้งนั้น ทานกับฮ็อตด็อก ก็เคยทาน"

 ก่อนที่ความเข้าใจผิดจะมีมากไปกว่านี้ ผมพยายามอธิบายถึงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนล้านนา ให้บรรดาเพื่อนร่วมวงอาหารฟัง
 โดยสรุปก็คือ ข้าวเหนียวของคนเมืองก็เหมือนข้าวเจ้าของคนภาคกลาง คือเป็นข้าวหลักในการทานอาหาร ไม่ว่าคุณจะทานกับอะไรก็ตาม
 "ก็เหมือนพี่เอาลาบ เอาแหนมจากบ้านผมไปทานกับข้าวเจ้า ผมก็ไม่ได้สงสัยอะไร ร้านอาหารในภาคเหนือหลายร้าน เขาก็ขายกับข้าวคนเมืองกับข้าวเจ้าถมเถไป"

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More