Share

หน้าเว็บ

Postcard เมืองแป้

.....

Phrae Observer

เว็บไซต์บอกเล่าเรื่องราวของเมืองแพร่ในฐานะผู้สังเกตการณ์

Instagram

เปิดชมและติดตามกันได้นะครับ (^.^)

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสือ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

เชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี


หากได้มีโอกาสไปฝรั่งเศส สถานที่แห่งหนึ่งในปารีสที่อยากไปเยือนสักครั้งคือร้านขายหนังสือภาษาอังกฤษริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน ชื่อ เชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี (Shakespeare and Company) https://www.facebook.com/pages/Shakespeare-and-Company-Bookshop/61320252422

ความน่าไปเยือนของร้านขายหนังสือแห่งนี้คงไม่ใช่แค่การเป็นร้านขายหนังสือ แต่มีอย่างอื่นที่มากไปกว่านั้น

"เจเรมี เมอร์เซอร์" อดีตนักข่าวอาชญากรรม ชาวแคนาดา http://www.jeremymercer.net/ หนึ่งในผู้ไปเยือนร้านขายหนังสือแห่งนี้ เขียนบอกเล่าประสบการณ์ของเขาในหนังสือชื่อ Time Was Soft There: A Paris Sojourn at Shakespeare & Co. ไว้ว่า เชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี เป็นที่พักพิงของศิลปิน นักเขียน และผู้มีจิตวิญญาณขบถในปารีส ร้านนี้เริ่มต้นโดยซิลเวีย บีช ชาวอเมริกัน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2462 บนถนนดูปูย์ทรอง ก่อนที่จะย้ายไปที่ถนนเดอ โลเดอ็ง ในปี 2465 และด้วยความไม่เหมือนใคร ทำให้เชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี กลายเป็นศูนย์รวมของนักเขียนชาวอเมริกันและอังกฤษในปารีสยุคนั้น พวกเขามาหยิบยืมหนังสือ ถกประเด็นด้านวรรณกรรม และดื่มน้ำชาร้อนๆในห้องรับแขกหลังร้าน

เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ บรรยายร้านเชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี ในความเรียงเรื่อง A Moveable Feast ไว้ว่า “สถานที่อบอุ่นและสดใส มีเตาอบใหญ่ในฤดูหนาว มีโต๊ะและชั้นหนังสือ หนังสือใหม่ๆที่หน้าร้าน และภาพถ่ายบนผนังเป็นรูปนักเขียนชื่อดัง ทั้งเป็นและตาย

เชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี ของบีช ปิดตัวลงในปี 2484 เมื่อนาซีเข้ายึดปารีส เฮมิงเวย์เป็นผู้มาประกาศอิสรภาพให้ด้วยตนเอง เมื่อเขาไปถึงปารีสพร้อมกับกองทัพอเมริกาในปี 2487 แต่บีชก็ไม่ได้กลับไปเปิดร้านนี้อีก

อีกหนึ่งทศวรรษต่อมา นักเขียนและนักฝันร่อนเร่ ชาวอเมริกันหัวรุนแรง นาม “จอร์จ วิตแมน” ได้เปิดร้านหนังสือลักษณะเดียวกันนี้บนฝั่งแม่น้ำแซนไม่ไกลจากร้านเดิมบนถนนเดอ โลเดอ็ง


Time Was Soft There: A Paris Sojourn at Shakespeare & Co. เล่าถึงร้านขายหนังสือแห่งใหม่นี้ว่า หลังจากที่จอร์จ วิตแมน ท่องไปทั่วโลกอยู่หลายปี เขาก็ตั้งหลักปักฐานที่ปารีสและลงเอยด้วยการเรียนวิชาอารยธรรมฝรั่งเศสที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ จอร์จใช้ชีวิตในห้องเช่าราคาถูกของโรงแรมโอเตล เดอ ซูเอซ์ บนถนนแซงต์-มิเชล แต่ไม่นาน ห้องเช่าแห่งนี้ก็กลายเป็นห้องสมุดโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ

ตอนที่ย้ายมาอยู่ใหม่ๆ จอร์จทำกุญแจห้องหายและเลิกล็อคประตู เมื่อเขากลับมาถึงห้องเช่าก็พบคนแปลกหน้า 2 คนกำลังอ่านหนังสือของเขา เมื่อนึกพิจารณาความเชื่อเรื่องการแบ่งปันทรัพย์สมบัติและการใช้ชีวิตแบบอยู่ร่วมกันของเขา เหตุการณ์นี้ถือเป็นพัฒนาการที่น่าตื่นเต้น เป็นรากฐานอันเปราะบางแห่งการถือกำเนิดของร้านเชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี ของจอร์จ วิตแมน

เจเรมีเขียนไว้ว่า เมื่อเริ่มตั้งร้านหนังสือในเดือนสิงหาคม 2494 จอร์จตั้งชื่อร้านตามชื่อเล่นของแฟนสาวที่เขาคบอยู่ตอนนั้น เขาสร้างร้านตามคติของมาร์กซ์ที่ว่า “ให้เท่าที่ให้ได้ รับเท่าที่จำเป็น” นับตั้งแต่เปิดร้านวันแรก จอร์จตั้งเตียงไว้ที่หลังร้านสำหรับมิตรสหายที่ต้องการที่นอน มีซุปอุ่นๆสำหรับแขกผู้หิวโหย และมีหนังสือให้ยืมสำหรับผู้ที่ไม่มีเงิน กระทั่งปี 2507 ในวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดวิลเลียม เชกสเปียร์ จอร์จ วิตแมน ก็เปลี่ยนชื่อร้านเป็นเชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี เขาเป็นสาวกของซิลเวีย บีช มานานและชื่นชอบชื่อเชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ชื่อเสียงของจอร์จ วิตแมน และร้านหนังสือของเขาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี ขยายตัวจนกระทั่งกินพื้นที่ทั้งสามชั้นของอาคารเป็น “หมึกยักษ์แห่งวรรณกรรม” ซึ่งในการขยายร้านแต่ละครั้ง จอร์จจะดูให้แน่ใจว่าเขาได้เพิ่มเตียงให้มากขึ้น เมื่อคราวที่เจเรมี เมอร์เซอร์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เข้าไปจิบน้ำชาในร้านเชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี เมื่อเดือนมกราคม 2543 เขาเขียนไว้ว่า “จอร์จคุยฟุ้งไปทั่วว่าเขาเปิดร้านให้คนราว 4 หมื่นคนได้พักพิงพำนัก ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าประชากรในเมืองซาเลมที่เขาเติบโตขึ้นมาเสียอีก” ซึ่งหลังจากการเยือนในครั้งนั้น เจเรมี เมอร์เซอร์ ก็ตั้งใจจะเป็นคนต่อไป


Time Was Soft There: A Paris Sojourn at Shakespeare & Co. แปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ” โดย “ศรรวิศา” เป็นผู้แปล ส่วนบรรณาธิการคือ “อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง” ซึ่งสำนักพิมพ์กำมะหยี่ http://www.gammemagie.com/ ผู้พิมพ์ได้จัด “ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ” อยู่ในชุด “คนรักหนังสือ”

เนื้อหาในหนังสือเป็นเรื่องราวจากความทรงจำและบันทึกของเจเรมี เมอร์เซอร์ ในช่วงที่เขาต้องลี้ภัยจากแคนาดาบ้านเกิด มายังปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนได้มาพบกับ "เชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี" ร้านหนังสือที่มีอะไรมากไปกว่าการขายหนังสือ ร้านหนังสือที่เปิดให้นักเขียนไส้แห้งจากทุกมุมโลกเข้าพัก นอกจากเรื่องราวภายในร้านหนังสือ เจเรมียังแทรกรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับหนังสือดีๆน่าอ่านไว้หลายเล่ม

ทุกวันนี้ แม้ว่าเชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี จะแตกต่างไปจากเดิม ซิลเวีย ลูกสาวของจอร์จเรียนจบและเข้ามาบริหารร้านหนังสือ จอร์จเสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ในบ้านพักบนร้านของเขา หลังวันเกิดปีที่ 98 ของเขาเพียง 2 วัน และร้านหนังสือแห่งนี้ไม่ได้เป็นเชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี อย่างที่เจเรมี เมอร์เซอร์ รู้จักก็ตาม

แต่เชกสเปียร์ แอนด์ คัมพานี ก็ยังเป็นร้านขายหนังสือที่หนอนหนังสือหลายคนอยากจะไปเยือนสักครั้ง รวมทั้งผมด้วย ที่ตั้งใจว่าคงมีโอกาสได้เป็นคนต่อไป..

--------------------------------

หมายเหตุ - เผยแพร่ครั้งแรก เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 24 มีนาคม 2557

 

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ขม ร้อนร้อน

แค่เพียงกาแฟร้อนๆยามเช้า 

สำหรับหลายๆคน สิ่งนี้ก็สร้างความสดชื่นได้อย่างมาก บางคน รวมถึงตัวผมเองด้วย ลุ่มหลงความขม ร้อนๆของเครื่องดื่มชนิดนี้ถึงขั้นว่า ต้องชงดื่มทุกเช้า และอาจจะอีกสักแก้วในยามบ่าย

หลายคนเลือกดื่มจากร้านกาแฟ ที่ช่วงนี้มีเกิดขึ้นเยอะ แม้ในกรุงเทพฯอาจมีคนบอกว่าไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการ แต่ในบางจังหวัดนั้น มีล้นด้วยปริมาณจริงๆ

หรือบางคนอาจจะชงดื่มเองในบ้าน ทั้งในรูปแบบกาแฟคั่วบด กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟปรุงรส แบบทรีอินวัน หรือแบบง่ายที่สุด ก็คือกาแฟกระป๋อง แช่ตู้เย็นไว้ เช้ามาก็เปิดดื่ม

คนเรารู้จักกาแฟมานานแล้ว ระยะเวลาอันเนิ่นนานนี้ ได้เกิดเรื่องราวนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับกาแฟ ทั้งการเดินทางออกไปสู่หลายพื้นที่ จนเกิดสายพันธุ์ต่างๆ หรือแม้แต่การชงกาแฟขึ้นมาสักแก้วโดยที่ยังไม่ได้ปรุงรสออกไปอีกหลายแบบ เส้นทางของการชงก็ยังมีหลากหลาย

และหากจะมีหนังสือสักเล่มเขียนถึงเรื่องราวเหล่านี้ได้น่าอ่าน ผมก็ขอแนะนำ "ขม ร้อนร้อน" เล่มนี้

ขม ร้อนร้อน หนังสือเรื่องเล่าของกาแฟไม่ใส่นมน้ำตาล มี "กฤษกร วงค์กรวุฒิ" เป็นผู้เขียน พิมพ์ครั้งแรกเดือนตุลาคม 2555 โดยสำนักพิมพ์ openbooks

"กฤษกร" เขียนไว้ในคำนำเกี่ยวกับการดื่มกาแฟของเขาว่า คล้ายกับการเดินทาง จากใกล้ๆบ้าน ประสบการณ์ยังน้อยก็ค่อยๆฉวย ค่อยๆลอง

"แน่นอน ผิดหวังมากกว่าพออกพอใจ" เขาว่าอย่างนั้น แต่สิ่งนั้นก็ทำให้เขาได้รู้ว่า ควรออกเดินทางต่อไปทางไหน

อ่านถึงตอนนี้ ก็ให้นึกไปถึงเมื่อครั้งที่ผมเองเริ่มดื่มกาแฟจนถึงขั้นขวนขวายหาวิธีชงที่ถูกปาก จากกาแฟสำเร็จรูปที่เคยใส่ครีมเทียมและน้ำตาล มาไม่ใส่อะไร

จนถึงช่วงหนึ่งจากความรีบเร่งและต้องการการกระตุ้นจากคาเฟอีนมากกว่าความหอม ก็ซื้อกาแฟกระป๋องยกลังมาแช่ตู้เย็น หลังจากนั้น ก็เริ่มจะหันมาชงกาแฟคั่วบด

แต่ก็ยังแสวงหาหนทางในการชงที่พึงใจอยู่

"กฤษกร" เองก็เริ่มเรื่องเกี่ยวกับการรู้จักกับกาแฟแก้วแรกๆของเขาเช่นกัน จากกาแฟใส่นมน้ำตาลมาสู่กาแฟดำและกาแฟคั่วบด

หลังจากโหมโรงในบทแรกแล้ว เขาก็เริ่มเขียนถึงกาแฟในประเทศไทย ตามด้วยการบอกเล่าถึงวิธีการ "ชง" ที่มีอยู่อย่างมากมายจนเลือกไม่ถูก ตั้งแต่การชงแบบโบราณขนานแท้ คือการต้มใส่น้ำตาลในหม้อไอบริคส์ ไปจนถึงการชงผ่านเครื่องอัดแรงดัน ประสบการณ์การขึ้นยอดดอยสูงของเมืองไทยเพื่อหา "น้ำ" มาชงกาแฟ

จากนั้นจะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับกาแฟหลากหลายแหล่ง จากเมล็ดแรกที่มนุษย์ได้รู้จักตามตำนานชายเลี้ยงแพะแห่งคาฟฟา จนขยายออกไปรอบโลกตามแนวเส้นศูนย์สูตร

ตลอดเนื้อหาภายใน "ขม ร้อนร้อน" นอกจากเรื่องราวของ "กาแฟ" โดยตรงแล้ว ยังมีเรื่องราวของผลกระทบที่มาจากการปลูกกาแฟอีกด้วย โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างมากในช่วงการขยายตัวของอุตสาหกรรม ทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังแทรกอารมณ์ขันไว้หลายตอน

อ่านยังไม่ทันจบ ระหว่างหน้าที่พลิกก็คิดไปถึงกาแฟหอม ร้อนๆ ขมๆ สักแก้ว ลุกไปชงกาแฟตามวิธีที่เคยชง และยังซื้อเครื่องมือใหม่มาชงตามที่ได้อ่าน จิบพลางอ่านพลาง 

เพลินๆจนอยากบอกคอกาแฟว่า ควรหามาอ่านสักเล่มนะครับ..

-----------------------------

หมายเหตุ - เผยแพร่ครั้งแรก เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 28 มกราคม 2557

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชน

รหัสหนังสือ คอลัมน์แนะนำหนังสือในหน้าการเมือง (หน้า ๑๑) หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ 
เริ่มต้นตอนแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ จนถึงตอนสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔ 
รวมทั้งสิ้น ๒๑๙ ตอน จากหนังสือ ๒๑๗ เล่ม


รวมรหัสหนังสือทุกตอนที่  http://www.dekchildkong.com/search/label/รหัสหนังสือ


วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ดนตรี พื้นที่ เวลา



".. เขียนจากมุมของนักแต่งเพลง ซึ่งมองเรื่องการเมือง สังคม และวัฒนธรรมผ่านดนตรี และจากความเชื่อที่ว่าดนตรีไม่เคยแยกตัวอยู่โดดๆจากส่วนอื่นๆ .."




มีหลายครั้งทีเดียวที่เราพบว่า ทุกสิ่งในโลกใบนี้เกี่ยวพันกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดที่แยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้

ใครจะไปคิดว่าการเมืองกับการแสดงภาพยนตร์จะเข้ากันได้ 


ถึงขั้นว่านักแสดงผู้โด่งดังหลายคนจะผันตัวเองมาเป็นนักการเมือง ซึ่งสร้างความชื่นชอบให้แก่ประชาชน 

หรือแม้แต่เรื่องของดนตรี บางครั้งก็เข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องของการเมือง

25 ปี เชอร์โนบิล


".. ไม่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวของเหตุการณ์การระเบิดของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2529 เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ตามมาหลังจากนั้น .."



26 เมษายน อาจจะไม่ใช่วันสำคัญอะไรนักของใครบางคน แต่สำหรับอีกหลายคน โดยเฉพาะชาวยูเครน เป็นวันที่พวกเขาต้องจดจำกันไปอีกนาน 


นั่นก็เพราะวันนี้ เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เป็นวันที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ในประเทศยูเครน ซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เกิดระเบิด และปลดปล่อยกัมมันตภาพรังสีออกมาจำนวนมาก 

มากกว่าครั้งที่สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น นับพันๆเท่า 

รัฐ-ชาติ ชาติพันธุ์


".. นำเสนอความคิดและข้อพิจารณาบางประการเกี่ยวกับความเป็นรัฐ ความเป็นชาติ และความเป็นชาติพันธุ์ ตลอดจนแนวคิดและปฏิบัติว่าด้วยรัฐ-พหุชาติ .."





รัฐ-ชาติ ชาติพันธุ์ ข้อสังเกตุบางประการว่าด้วยความเป็นชาติ ความเป็นรัฐ และปัญหาชาติพันธุ์” 

หนังสือเล่มบางหนึ่งร้อยกว่าหน้า แต่อธิบายแนวโน้มของรัฐ-ชาติในโลกปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ 

วีระ สมบูรณ์ รองศาสตราจารย์ และหัวหน้าภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้เขียน 

พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2553 โดยสำนักพิมพ์สมมติ มีศรัณย์ วงศ์ขจิตร เป็นบรรณาธิการ

ต้นไม้ใต้ดวงอาทิตย์



".. ประเทศญี่ปุ่นมีส่วนผสมแปลกประหลาดไม่เหมือนชาติใดในโลก อาทิ มุ่งมั่นเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่อง แต่ก็ขี้เล่นถึงขั้นบ้าบอ .." 





หลังจากที่ “ทรงกลด บางยี่ขัน” ได้เคยนำเสนอหนังสือแนวดูแลรักษาโลกใบนี้อย่างสร้างสรรค์เอาไว้แล้ว 2 เล่ม คือ ต้นไม้ใต้โลก และ ดอกไม้ใต้โลก ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2550 

มาในปีนี้ บรรณาธิการหนุ่มผู้นี้ ก็ได้ออกหนังสือแนวนี้มาอีกหนึ่งเล่ม นั่นคือ “ต้นไม้ใต้ดวงอาทิตย์” พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม โดยสำนักพิมพ์อะบุ๊ก 

แม้ว่าจะเป็นแนวดูแลรักษาโลกอย่างสร้างสรรค์เฉกเช่นเดียวกับสองเล่มแรก แต่ก็ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั่วโลก หากแต่เจาะจงลงไปที่เรื่องราวจากประเทศญี่ปุ่นล้วนๆ จำนวน 50 เรื่อง

เขตแดนของเรา



".. หนังสือรวมทั้งสื่ออื่นๆ ที่เผยแพร่ออกไป จะมีส่วนเสริมสร้างความคิด สติปัญญาให้แก่ผู้อ่าน เพื่อทำให้เข้าใจเรื่องราวของ “เขตแดน-พรมแดน-ชายแดน” ของรัฐสมัยใหม่ ที่เป็นมรดกตกทอดทางประวัติศาสตร์ที่มีมาจากอดีต .." 





เมื่อไม่นานมานี้ มีหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันสนับสนุนมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ให้ทำงานวิจัย

ในชื่อ “โครงการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณชน เรื่องเขตแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อสารคดี การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการฝึกอบรม”

หรือในชื่อย่อว่า “เขตแดนของเรา-เพื่อนบ้านอาเซียนของเรา” โดยมี อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เลขานุการมูลนิธิฯ เป็นหัวหน้าโครงการ

วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เลนิน

".. บอกเล่าถึงการทำงานของวลาดิมีร์ อิลยิช อูลยานอฟ เลนิน ผู้วางรากฐานอำนาจของโซเวียตและพรรคคอมมิวนิวต์รัสเซีย ในการสร้างรัฐสังคมนิยมในรัสเซีย จนก่อกำเนิดสหภาพโซเวียต .."






เลนินกับการสร้างรัฐสังคมนิยมโซเวียต” หนังสือซึ่งมีสัญชัย สุวังบุตร ศาสตราจารย์คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้เขียน 

พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2553 โดยโครงการตำราและหนังสือ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ความหนา 424 หน้า ราคา 250 บาท 

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

หาดทราย

".. เนื้อหาบอกเล่าสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งด้านอ่าวไทย การเสียสมดุลเนื่องจากสิ่งแปลกปลอม ที่ส่วนใหญ่คือสิ่งก่อสร้างชายฝั่งโดยภาครัฐ .."


หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าน้ำทะเลได้กัดเซาะชายฝั่งอ่าวไทยเสียหายไปแล้วมากมาย 

จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เมื่อปี 2550 ระบุว่า 

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา มีการกัดเซาะไปแล้วถึง 29.3 % โดยเสียหายรุนแรงไปประมาณ 485 กิโลเมตร โดยสิ่งที่เป็นปัญหาหลักของเรื่องนี้

ชุมทางพลอยแดง

".. สารคดีรายงานชีวิตบรรดานักแสวงโชค ซึ่งหลั่งไหลเข้าไปขุดพลอยแดง ที่หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด ในยุคนั้น .."


ชุมทางพลอยแดง” เป็นอีกหนึ่งหนังสือสารคดีของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีแห่งสวนอักษร 

พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์สยาม เมื่อปี 2516 แล้วมาพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2516 โดยบริษัท เกาะแรด จำกัด 

ส่วนภาพปกที่นำมาประกอบนี้ คือเล่มพิมพ์ครั้งที่สอง เมื่อเดือนมกราคม 2554 โดยสำนักพิมพ์สามัญชน มี เวียง-วชิระ บัวสนธ์ เป็นบรรณาธิการ 

ชุมทางพลอยแดง” เป็นสารคดีรายงานชีวิตบรรดานักแสวงโชค ซึ่งหลั่งไหลเข้าไปขุดพลอยแดง ที่หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด ในยุคนั้น 

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

100 ผู้นำวิสัยทัศน์


".. 100 รายชื่อนี้ สาทิศ กุมาร และเฟรดดี ไวท์ฟิลด์ เชื่อว่าเป็นผู้ที่สร้างผลกระเทือนอย่างสูงจากการคิดค้นและขับเคลื่อนโลกทรรศน์องค์รวม .."


ความหวัง ความฝัน แรงบันดาลใจ 100 ผู้นำวิสัยทัศน์แห่งทศวรรษที่ 20” หนังสือซึ่งกรรณิการ์ พรมเสาร์ แปลมาจาก “VISIONARIES: The 20th Century's 100 Most Important Inspirational Leaders” 

หนังสือซึ่งเกิดขึ้นจากความคิดของสาทิศ กุมาร นักเดินเท้าแปดพันไมล์ และเฟรดดี ไวท์ฟิลด์ บรรณาธิการร่วมกันของหนังสือเล่มนี้ ที่หวังไว้ว่า ศตวรรษที่ 21 ควรต่างไปจากเดิม 

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

โลกาภิวัตน์




".. หนังสือเล่มนี้พยายามอธิบายโลกาภิวัตน์ผ่านกระบวนทัศน์ที่เชื่อว่า โลกาภิวัตน์เป็นชุดกระบวนการทางสังคม ที่ประกอบขึ้นและเกี่ยวพันกับมิติที่หลากหลายของชีวิตและสังคม .."


ลายปีก่อน คำว่า “โลกาภิวัตน์” หรือโกลบอลไลเซชั่น เป็นคำดัง ที่น้อยคนนักจะไม่รู้จัก แม้ทุกวันนี้ คำนี้ก็ยังมีการพูดถึงไม่สร่างซา 

ผู้รู้หลายคนได้กล่าวถึงโลกาภิวัตน์ ซึ่งส่วนใหญ่จะพูดถึงปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจของโลก ที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นสื่อกลาง

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สายใต้ในเงาญี่ปุ่น

".. หนึ่งในทางรถไฟสายใต้ที่มีผู้จดจำได้มากที่สุดก็คือ ทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งเราจะได้พบเห็นเรื่องราวและข้อมูลมากมาย  แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเส้นทางสายใต้ในช่วงที่ญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทยมากนัก .."


ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา จุดยุทธศาสตร์หนึ่งอันสำคัญยิ่งของญี่ปุ่นต่อการสร้างวงศ์ไพบูลย์มหาเอเชียบูรพา คือ ประเทศไทย 

เหตุผลสำคัญก็เนื่องมาจากประเทศไทยอยู่บริเวณศูนย์กลางภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ 

และเป็นเพียงประเทศเดียวในแถบนี้ ที่ไม่ได้ตกเป็นอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตก

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การปฏิวัติของโซซูร์



".. เป็นหนังสือสำหรับทำความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปรัชญาภาษาศาสตร์และโพสต์โมเดิร์นนิสม์ และยังเป็นตำราพื้นฐานเกี่ยวกับสัญศาสตร์อีกด้วย .."


หากกล่าวถึงแฟร์ดิน็อง เดอ โซซูร์ ชาวสวิสผู้นี้ ก็จะรู้จักเขาในฐานะนักภาษาศาสตร์ ซึ่งแนวคิดของเขาได้ปูรากฐานที่สำคัญในพัฒนาการของภาษาศาสตร์

หนึ่งในหนังสือ ที่กล่าวถึงงานของเขาได้อย่างน่าสนใจ คือ “การปฏิวัติสัญศาสตร์ของโซซูร์ เส้นทางสู่โพสต์โมเดอร์นิสม์” 

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ประวัติศาสตร์ลาว




“.. ประวัติศาสตร์เล่มนี้จะติดตามสืบย้อนการต่อสู้เพื่อเอกราชและเอกภาพ ภายใต้แรงบีบคั้นจากภายในและภายนอกซึ่งสร้างความแตกแยก ..”


คงมีคนไทยหลายคน ซึ่งไม่ค่อยทราบเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมา และความเป็นไปของประเทศเพื่อนบ้านเรามากนัก 

หรือบางครั้งก็ทราบแต่บางเรื่องที่มีแต่จะบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ จนบ่อยครั้ง เมื่อเกิดเรื่องราวทั้งภายในประเทศเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งเกิดการกระทบกระทั่งกับประเทศไทย ก็มักจะเกิดความเข้าใจในบางสิ่งผิดไป 

จีดีพี ฉบับชาวบ้าน





".. เขียนที่หน้าปกไว้ว่า สำหรับ นักเรียน นักศึกษา และทุกคนที่มีใส่ใจในเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและความเป็นอยู่ที่ดี” .."



สัปดาห์ก่อน กล่าวถึง “วิพากษ์จีดีพี” 


หนังสือเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมการพิจารณาการวัดประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางสังคม ซึ่งตั้งขึ้นโดยนิโกลาส์ ซาร์โกซี่ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งทำหน้าที่แจกแจงข้อจำกัดของจีดีพี ในฐานะดัชนีบ่งชี้ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางสังคม 

วิพากษ์จีดีพี



".. มีหลายครั้ง ที่มีผู้ตั้งข้อกังขาเกี่ยวกับตัวเลขจีดีพีว่าเป็นมาตรวัดที่เที่ยงตรงหรือไม่ แล้วเราจะมีวิธีการหรือตัวเลขอื่นเพื่อใช้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่าง ยั่งยืนได้อย่างไร .."




คำว่า "ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ"หรือจีดีพี 

เป็นคำที่คุ้นหูคนไทยมานาน หลายต่อหลายครั้ง คำคำนี้มีผู้นำมาใช้เป็นหนึ่งในการถกเถียงทางการเมือง 


นอกจากจะใช้ในเรื่องของภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เชิงอรรถปฏิวัติ



".. หน้าปกใช้ภาพ LE DESORDRE, C'EST MOI ผู้ไร้ระเบียบคือฉันเอง หน้าแรกของหนังสือพิมพ์ Action No.10 ฉบับวันที่ 14 พฤษภาคม 1968 .."




หมุดหมายของการ “ปฏิวัติ” ที่สำคัญของโลกกลมๆใบนี้ น่าจะอยู่ในปี ค.ศ.1968 หรือในปี 2511 ปีที่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ร่างกันยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เกือบสิบปี 

ส่วนในประเทศอื่นๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมทั้งยุโรป อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา เอเซียตะวันออก และในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ใกล้ๆกับบ้านเมืองของเรา

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประชาธิปไตย


".. October 9 มาในหัวเรื่องว่าด้วย “ประชาธิปไตย” คำที่หนังสือเล่มนี้บอกว่า เป็นคำเจ้าปัญหาและแกนกลางของวิวาทะในสังคมการเมืองไทย .."



มาถึงเล่มที่ 9 แล้ว สำหรับหนังสือ October หนังสือรวบรวมบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่แฟนๆสำนักพิมพ์โอเพ่น บุ๊คส์ www.openbooks.com รู้จัก คุ้นเคย และรอคอยที่จะอ่านกัน 

เล่มนี้ พิมพ์เมื่อเดือนตุลาคม 2553 มี “ปกป้อง จันวิทย์” เป็นบรรณาธิการ ความหนา 416 หน้า ราคา 280 บาท

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More