จากกระแสโลกาภิวัฒน์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคมทุกระดับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชุมชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะต่างจังหวัดก็ได้รับผลกระทบของคลื่นโลกาภิวัฒน์ที่ถาโถมเปลี่ยนแปลงบริบทของชุมชนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ภูมิปัญญาและจุดเด่นต่างๆ อันเป็นลักษณะเฉพาะของสังคมกสิกรรมค่อยๆ เลือนหายไป ความเป็นชนบทถูกแทนที่ด้วยสังคมเมือง ผู้คนเปลี่ยนวิถีชีวิตจากทำการเกษตรเป็นการวิ่งออกไปทำงานในเมืองใหญ่ เหลือทิ้งไว้แต่คนแก่ เด็ก และผู้พิการให้อยู่ในบ้านอันเงียบเหงา
นพดล ณ เชียงใหม่ นายก อบต.ดอนแก้ว เล่าถึงการทำงานของ อบต.ดอนแก้วในการเป็นชุมชนน่าอยู่ว่า ได้เปิดเวทีผ่าน “ข่วงกำกิ๊ด” ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ค้นหาทุนสังคม โดยแบ่งเป็น 7 ระบบ ได้แก่ ระบบการบริหารจัดการตำบล ระบบเศรษฐกิจชุมชน ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ระบบการจัดการศึกษาและเรียนรู้ ระบบอาสาสมัคร ระบบสวัสดิการ และระบบภูมิปัญญาท้องถิ่น กระจายเป็น 17 แหล่งเรียนรู้มุ่งพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน โดยมีโจทย์ใหญ่อยู่ที่ “การทำอย่างไรให้คนในชุมชนมีอยู่ดีกินดี”
ด้าน อุบล ยะไวทย์ ปลัด อบต.ดอนแก้ว กล่าวถึงจุดเด่นของ อบต.ดอนแก้วในการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการว่า คนใน ต.ดอกแก้วส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการที่อยู่บ้านเพียงลำพัง จากการสำรวจพบว่า มีผู้พิการถึง 108 คน จำนวนหนึ่งมีฐานะยากจนและมีปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ซึ่ง อบต.และชาวบ้านได้รวมกลุ่มจิตอาสาระดมทุนสร้างที่อยู่อาศัยและห้องน้ำให้แก่ผู้พิการ รวมทั้งยังเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพในการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ จึงจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการและผู้สูงอายุ ที่สำนักสงฆ์สันเหมืองประชาราม เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน มีกิจกรรมการทำกายภาพบำบัดให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านอาชีพให้แก่ผู้พิการทางปัญญา เช่น การเย็บตุ๊กตาดับกลิ่น เป็นต้น
“นอกจากนี้ ยังมีระบบอาสาสมัครและจิตอาสาเพื่อพัฒนาสุขภาวะ กลุ่มนักพัฒนาอาวุโสตำบลดอนแก้ว เป็นการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุที่เป็นข้าราชการบำนาญสังกัดต่างๆ โดยมีแนวคิดที่จะรวมกลุ่มเพื่อทำประโยชน์ให้แก่คนใน ต.ดอนแก้ว โดยกลุ่มนักพัฒนาอาวุโส ต.ดอนแก้ว มีกิจกรรมต่างๆ เช่น การติดตามเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ การจัดกิจกรรมสันทนาการให้แก่ผู้สูงอายุ จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมผู้สูงอายุสายสัมพันธ์วัด โรงเรียน และชุมชน วัดโสภณราม”
คุณยายจันตา อินทะโกฎิ์ ชาวต.ดอนแก้ว หนึ่งในผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม เล่าว่า ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ด้านขวามานานกว่า 10 ปีแล้ว เมื่อ อบต.ดอนแก้วมีโครงการจิตอาสา ที่คนหนุ่มสาวจะไปรับคนเฒ่าคนแก่จากบ้าน เพื่อมาทำกายภาพบำบัดและทำกิจกรรมร่วมกัน จนทำให้ร่างกายของคุณยายฟื้นตัวดีขึ้นกว่าเดิม ขณะนี้ขยับแขนและขาด้านขวาได้คล่องแคล่ว ทำให้เดินมาที่ศูนย์ฯ ได้เอง และยังความสุขที่ได้พูดคุยกับคนแก่และอาสาสมัครในชุมชน ทำให้ไม่เหงา และยังได้ทำกายภาพบำบัดให้ร่างกายฟื้นตัวอีกด้วย
หากมาตรวัดของ GDP ทางเศรษฐกิจเป็นตัวบ่งชี้ถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน GDP มวลรวมด้านความสุขของทุกคนในชุมชนนั้น ต้องอาศัยการผนึกกำลังของทุกฝ่ายในชุมชนที่จะสร้างความเข้มแข็งและร่วมมือกันพัฒนาให้ชุมชนของตนเป็น “ชุมชนน่าอยู่” สร้างสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เหมือนดัง อบต.และชาวบ้านใน ต.ดอนแก้ว ที่ใช้กลยุทธ์จิตอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิต อย่างไรก็ตาม โมเดลกิจกรรมของ อบต.ดอนแก้ว อาจไปจุดประกายให้คนในชุมชนอื่นๆ หันมาพัฒนาชุมชนของตนเองให้เป็นชุมชนน่าอยู่ต่อไป
--------------------
ที่มา : หน่วยสื่อสารสาธารณะ ฝ่ายสื่อสารองค์กร สสส.


