ข้าวปลาอาหารคล้ายเป็นเรื่องสามัญประจำวัน
หากแต่บางครั้ง ก็คล้ายเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เช่นว่า หากวันนี้ไม่มีข้าวปลาอาหาร คงได้อดตายกัน
ล่าสุด ในแวดวงการเมือง "ข้าว" ก็กลายเป็นเรื่องหนึ่งในญัตติขอเปิดอภิปราย เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ในยุคข้าวยากหมากแพง (ข้าวอาจจะแพงด้วย แต่ชาวนายังจนเหมือนเดิม น่าแปลกใจ ?)
บ้างก็มีการพูดถึงราคาข้าวเมื่อเทียบกับราคาน้ำมัน ที่แพงหูฉี่ ว่าจะมีวิธีการใดบ้าง จะให้ชาติที่ขายน้ำมันซื้อข้าวแพงๆบ้าง เลยเถิดกลายเป็นว่า มีบางคนจะเอาแขกอาหรับเข้ามาปลูกข้าวเสียเอง
อย่างไรก็ตาม การจะก้าวไปข้างหน้า หรือพูดจาถกเถียงแลกเปลี่ยนในเรื่องใดสักเรื่อง ท่านผู้รู้ครูบาอาจารย์ก็มักจะบอกว่าให้ศึกษาถึงเรื่องราวความเป็นมาให้ดี
ดังนั้น หากจะพูดถึงเรื่อง "ข้าวปลาอาหาร" หนังสือ "ข้าวปลาอาหารไทย ทำไม? มาจากไหน" น่าจะเหมาะ
"ข้าวปลาอาหารไทย ทำไม? มาจากไหน" เขียนโดย สุจิตต์ วงษ์เทศ พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2551 ราคา 150 บาท หนา 143 หน้า เนื้อหาอ่านง่ายดังคำบอกกล่าวที่หน้าปกว่าเป็น "ฉบับอ่านง่าย สบายมาก"
อ่านแล้วก็จะได้ทราบที่มาของข้าวที่ปลูกที่ทานกันอยู่ ความสัมพันธ์กันระหว่างข้าวกับการสร้างรัฐ (เพราะปลูกข้าวอย่างเดียวสร้างรัฐไม่ได้ ดังที่ตั้งเป็นชื่อของบทที่ 10)
อ่านแล้วก็จะได้ทราบว่า คนในแถบประเทศไทยโบราณรับประทานข้าวเหนียวกัน ก่อนที่คนแถบภาคกลางและภาคใต้จะหันมาทานข้าวเจ้า และจะได้ทราบว่า ส้มตำมะละกอ ไม่ได้มีครั้งแรกในภาคอีสาน แต่ไม่ได้มาจากไหนไกลคนกรุงเทพฯเลย แม้แต่ "ปลาร้า" เองก็เคยเป็นของนิยมกันในกรุงศรีอยุธยา ถึงขั้นเป็นของพระราชทานให้ทูตนำกลับประเทศของตนเอง
อ่านแล้ว จะพบถึงความหลากหลายของชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์ ที่ส่งผ่านออกมาเป็นอาหารไทย แม้จะแตกต่างแต่ก็ผสมผสานกันออกมาได้อย่างเอร็ดอร่อย
ไม่ว่าจะคลุกกับข้าวเจ้า หรือจิ้มด้วยข้าวเหนียวก็ตาม..
-----------------------------
หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๑


