".. เนื้อหาอธิบายให้เห็นถึงความสำคัญของเขาพระวิหาร ภูผาศักดิ์สิทธิ์บริเวณเขตต่อแดน และสภาพสังคม ทั้งก่อนและหลังยุคอาณานิคม รวมทั้งกล่าวถึงเส้นเขตแดน ซึ่งเป็นระเบิดเวลา ที่เจ้าอาณานิคมวางไว้ .."
และอาจจะไม่จบง่ายๆด้วย สำหรับกรณีของ "เขาพระวิหาร"
ล่าสุดนี้ ทั้งไทย ทั้งกัมพูชา ก็ส่งทหารไปตรึงกำลัง มองหน้ากระพริบตาปริบๆกันอยู่แถวๆพื้นที่ทับซ้อน
ส่วนคนไทยด้วยกันเอง ก็นำเรื่องนี้มาเป็นชนวนขัดแย้งกันยังไม่จบ ถึงขั้นยกพวกตะลุมบอนกัน หัวร้างข้างแตก
ผิดกับคนกัมพูชาที่รื่นเริงบันเทิงใจหลังจากที่ยูเนสโกประกาศให้ "ปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นมรดกโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ในกัมพูชา กลุ่มการเมือง 2 ฝ่าย ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างนำเรื่องนี้มาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยฝ่ายค้านของกัมพูชาพูดทำนองว่า กัมพูชาจะเสียดินแดน (คล้ายกับในประเทศไทย แต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว)
ปัญหาเขาพระวิหารที่ยืดเยื้อยาวนานมาเนิ่นนานนี้ ได้มีผู้รู้หลายท่านให้ข้อมูลแก่สังคมไทย ตลอดช่วงที่ปัญหานี้ปะทุขึ้นมาอีก (แต่บางครั้ง คนเราก็ไม่อยากฟังความจริง แต่อยากฟังในสิ่งที่ต้องการได้ยินเสียมากกว่า)
หนึ่งในผู้มีความรู้ด้านโบราณคดี ซึ่งให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ อ.ศรีศักร วัลลิโภดม โดยเมื่อไม่นานนี้ ได้มีหนังสือศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ "เขาพระวิหาร : ระเบิดเวลาจากยุคอาณานิคม" ที่มีบทความของ อ.ศรีศักร ร่วมกับอภิญญ์เพ็ญ และวลัยลักษณ์ ทรงศิริ พิมพ์ครั้งแรกเดือนมิถุนายน 2551 โดยสำนักพิมพ์มติชน ความหนา 120 หน้า ราคา 145 บาท
เนื้อหาอธิบายให้เห็นถึงความสำคัญของเขาพระวิหาร ภูผาศักดิ์สิทธิ์บริเวณเขตต่อแดน และสภาพสังคม ทั้งก่อนและหลังยุคอาณานิคม
รวมทั้งกล่าวถึงเส้นเขตแดน ซึ่งเป็นระเบิดเวลา ที่เจ้าอาณานิคมวางไว้
อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ไม่ลืมที่จะมีข้่อสรุป ที่น่าจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีเอาไว้ ซึ่งก็ไม่ใช่การกลับไปเป็นระบบบ้านเมืองแบบโบราณ ก่อนยุคอาณานิคม อย่างที่ใครบางคนตั้งคำถามกลับ
แต่เป็นการใช้เหตุผล มากกว่าใช้อารมณ์..
-------------------------
ล่าสุดนี้ ทั้งไทย ทั้งกัมพูชา ก็ส่งทหารไปตรึงกำลัง มองหน้ากระพริบตาปริบๆกันอยู่แถวๆพื้นที่ทับซ้อน
ส่วนคนไทยด้วยกันเอง ก็นำเรื่องนี้มาเป็นชนวนขัดแย้งกันยังไม่จบ ถึงขั้นยกพวกตะลุมบอนกัน หัวร้างข้างแตก
ผิดกับคนกัมพูชาที่รื่นเริงบันเทิงใจหลังจากที่ยูเนสโกประกาศให้ "ปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นมรดกโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ในกัมพูชา กลุ่มการเมือง 2 ฝ่าย ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างนำเรื่องนี้มาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยฝ่ายค้านของกัมพูชาพูดทำนองว่า กัมพูชาจะเสียดินแดน (คล้ายกับในประเทศไทย แต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว)
ปัญหาเขาพระวิหารที่ยืดเยื้อยาวนานมาเนิ่นนานนี้ ได้มีผู้รู้หลายท่านให้ข้อมูลแก่สังคมไทย ตลอดช่วงที่ปัญหานี้ปะทุขึ้นมาอีก (แต่บางครั้ง คนเราก็ไม่อยากฟังความจริง แต่อยากฟังในสิ่งที่ต้องการได้ยินเสียมากกว่า)
หนึ่งในผู้มีความรู้ด้านโบราณคดี ซึ่งให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ อ.ศรีศักร วัลลิโภดม โดยเมื่อไม่นานนี้ ได้มีหนังสือศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ "เขาพระวิหาร : ระเบิดเวลาจากยุคอาณานิคม" ที่มีบทความของ อ.ศรีศักร ร่วมกับอภิญญ์เพ็ญ และวลัยลักษณ์ ทรงศิริ พิมพ์ครั้งแรกเดือนมิถุนายน 2551 โดยสำนักพิมพ์มติชน ความหนา 120 หน้า ราคา 145 บาท
เนื้อหาอธิบายให้เห็นถึงความสำคัญของเขาพระวิหาร ภูผาศักดิ์สิทธิ์บริเวณเขตต่อแดน และสภาพสังคม ทั้งก่อนและหลังยุคอาณานิคม
รวมทั้งกล่าวถึงเส้นเขตแดน ซึ่งเป็นระเบิดเวลา ที่เจ้าอาณานิคมวางไว้
อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ไม่ลืมที่จะมีข้่อสรุป ที่น่าจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีเอาไว้ ซึ่งก็ไม่ใช่การกลับไปเป็นระบบบ้านเมืองแบบโบราณ ก่อนยุคอาณานิคม อย่างที่ใครบางคนตั้งคำถามกลับ
แต่เป็นการใช้เหตุผล มากกว่าใช้อารมณ์..
-------------------------
หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑


