".. หนังสือเล่มนี้ นอกเหนือจากรวบรวมหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหารไว้ได้มาก รวมถึงมีเอกสารชั้นความลับ "ลับที่สุด" ไว้ให้คนไทยได้เห็นกันแล้ว ในส่วนของบทความของ อ.บวรศักดิ์นั้น ก็น่าจะมีส่วนให้คนไทย ซึ่งได้อ่าน คิดทบทวนในเรื่องนี้ให้รอบคอบ และนำเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียน .."
หลังจากที่สำนักพิมพ์มติชน
จัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับเขาพระวิหารมาแล้วหนึ่งเล่ม คือ "เขาพระวิหาร : ระเบิดเวลาจากยุคอาณานิคม" โดย อ.ศรีศักร วัลลิโภดม
จากนั้นไม่นาน สำนักพิมพ์มติชนก็จัดทำมาอีกเล่ม คือ แฉเอกสาร "ลับที่สุด" ปราสาทพระวิหาร พ.ศ.๒๕๐๕-๒๕๕๑ โดย อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต พิมพ์ครั้งแรกเดือนกรกฎาคม 2551 ราคา 250 บาท ซึ่งแม้ว่าจะมีถึง 445 หน้า แต่ก็ไม่หนามาก เพราะใช้กระดาษปรู๊ฟ
เนื้อหาภายใน ประกอบด้วยบทความเกี่ยวกับกรณีของปราสาทพระวิหารภายใต้หัวข้อ "บทเรียนสำคัญจากกรณีปราสาทพระวิหาร : ใครได้ ใครเสีย ?" ซึ่ง อ.บวรศักดิ์ได้ไล่เรียงให้เห็นถึงความเป็นมาของปราสาทพระวิหาร กรณีพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหาร ปี 2500-2505 การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และบทวิเคราะห์ว่าใครได้ ใครเสีย
จากนั้น จะเป็นการนำเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องมาให้ได้อ่านกัน ทั้งจากกรณีพิพาทปราสาทพระวิหารไทย-กัมพูชา พ.ศ.2500-2505 เช่น คำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ความเห็นแย้งของผู้พิพากษามาเรโน กินตานา ผู้พิพากษาเวลลิงตัน คู และผู้พิพากษาเซอร์ เพอร์ซี เสปนเดอร์ หนังสือประท้วงของรัฐบาลไทยถึงสหประชาชาติ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้ิอง
เอกสารจากกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร พ.ศ.2548-2551 ที่มีการลำดับเหตุการณ์ความเป็นมาไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ จนถึงรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และมีทั้งมติคณะรัฐมนตรี แถลงการณ์การร่วมและข้อวิจารณ์ เอกสารที่กัมพูชายื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนมิถุนายน 2551
หนังสือเล่มนี้ นอกเหนือจากรวบรวมหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหารไว้ได้มาก รวมถึงมีเอกสารชั้นความลับ "ลับที่สุด" ไว้ให้คนไทยได้เห็นกันแล้ว ในส่วนของบทความของ อ.บวรศักดิ์นั้น ก็น่าจะมีส่วนให้คนไทย ซึ่งได้อ่าน คิดทบทวนในเรื่องนี้ให้รอบคอบ และนำเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียน
อย่างน้อยก็ก่อนที่จะพูดหรือจะเชื่ออะไร โดยเฉพาะเรื่องชาตินิยม ที่ไม่ควรกลายเป็นเรื่องคลั่งชาติ เพราะความ "คลั่งชาติ" นำมาแต่ความเสียหาย
จากนั้นไม่นาน สำนักพิมพ์มติชนก็จัดทำมาอีกเล่ม คือ แฉเอกสาร "ลับที่สุด" ปราสาทพระวิหาร พ.ศ.๒๕๐๕-๒๕๕๑ โดย อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต พิมพ์ครั้งแรกเดือนกรกฎาคม 2551 ราคา 250 บาท ซึ่งแม้ว่าจะมีถึง 445 หน้า แต่ก็ไม่หนามาก เพราะใช้กระดาษปรู๊ฟ
เนื้อหาภายใน ประกอบด้วยบทความเกี่ยวกับกรณีของปราสาทพระวิหารภายใต้หัวข้อ "บทเรียนสำคัญจากกรณีปราสาทพระวิหาร : ใครได้ ใครเสีย ?" ซึ่ง อ.บวรศักดิ์ได้ไล่เรียงให้เห็นถึงความเป็นมาของปราสาทพระวิหาร กรณีพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหาร ปี 2500-2505 การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และบทวิเคราะห์ว่าใครได้ ใครเสีย
จากนั้น จะเป็นการนำเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องมาให้ได้อ่านกัน ทั้งจากกรณีพิพาทปราสาทพระวิหารไทย-กัมพูชา พ.ศ.2500-2505 เช่น คำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ความเห็นแย้งของผู้พิพากษามาเรโน กินตานา ผู้พิพากษาเวลลิงตัน คู และผู้พิพากษาเซอร์ เพอร์ซี เสปนเดอร์ หนังสือประท้วงของรัฐบาลไทยถึงสหประชาชาติ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้ิอง
เอกสารจากกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร พ.ศ.2548-2551 ที่มีการลำดับเหตุการณ์ความเป็นมาไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ จนถึงรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และมีทั้งมติคณะรัฐมนตรี แถลงการณ์การร่วมและข้อวิจารณ์ เอกสารที่กัมพูชายื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนมิถุนายน 2551
หนังสือเล่มนี้ นอกเหนือจากรวบรวมหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหารไว้ได้มาก รวมถึงมีเอกสารชั้นความลับ "ลับที่สุด" ไว้ให้คนไทยได้เห็นกันแล้ว ในส่วนของบทความของ อ.บวรศักดิ์นั้น ก็น่าจะมีส่วนให้คนไทย ซึ่งได้อ่าน คิดทบทวนในเรื่องนี้ให้รอบคอบ และนำเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียน
อย่างน้อยก็ก่อนที่จะพูดหรือจะเชื่ออะไร โดยเฉพาะเรื่องชาตินิยม ที่ไม่ควรกลายเป็นเรื่องคลั่งชาติ เพราะความ "คลั่งชาติ" นำมาแต่ความเสียหาย
จนบางครั้งเกินจะเยียวยา..
------------------
------------------
หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๑


