แค่เพียงกาแฟร้อนๆยามเช้า
สำหรับหลายๆคน สิ่งนี้ก็สร้างความสดชื่นได้อย่างมาก บางคน รวมถึงตัวผมเองด้วย ลุ่มหลงความขม ร้อนๆของเครื่องดื่มชนิดนี้ถึงขั้นว่า ต้องชงดื่มทุกเช้า และอาจจะอีกสักแก้วในยามบ่าย
หลายคนเลือกดื่มจากร้านกาแฟ ที่ช่วงนี้มีเกิดขึ้นเยอะ แม้ในกรุงเทพฯอาจมีคนบอกว่าไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการ แต่ในบางจังหวัดนั้น มีล้นด้วยปริมาณจริงๆ
หรือบางคนอาจจะชงดื่มเองในบ้าน ทั้งในรูปแบบกาแฟคั่วบด กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟปรุงรส แบบทรีอินวัน หรือแบบง่ายที่สุด ก็คือกาแฟกระป๋อง แช่ตู้เย็นไว้ เช้ามาก็เปิดดื่ม
คนเรารู้จักกาแฟมานานแล้ว ระยะเวลาอันเนิ่นนานนี้ ได้เกิดเรื่องราวนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับกาแฟ ทั้งการเดินทางออกไปสู่หลายพื้นที่ จนเกิดสายพันธุ์ต่างๆ หรือแม้แต่การชงกาแฟขึ้นมาสักแก้วโดยที่ยังไม่ได้ปรุงรสออกไปอีกหลายแบบ เส้นทางของการชงก็ยังมีหลากหลาย
และหากจะมีหนังสือสักเล่มเขียนถึงเรื่องราวเหล่านี้ได้น่าอ่าน ผมก็ขอแนะนำ "ขม ร้อนร้อน" เล่มนี้
ขม ร้อนร้อน หนังสือเรื่องเล่าของกาแฟไม่ใส่นมน้ำตาล มี "กฤษกร วงค์กรวุฒิ" เป็นผู้เขียน พิมพ์ครั้งแรกเดือนตุลาคม 2555 โดยสำนักพิมพ์ openbooks
"กฤษกร" เขียนไว้ในคำนำเกี่ยวกับการดื่มกาแฟของเขาว่า คล้ายกับการเดินทาง จากใกล้ๆบ้าน ประสบการณ์ยังน้อยก็ค่อยๆฉวย ค่อยๆลอง
"แน่นอน ผิดหวังมากกว่าพออกพอใจ" เขาว่าอย่างนั้น แต่สิ่งนั้นก็ทำให้เขาได้รู้ว่า ควรออกเดินทางต่อไปทางไหน
อ่านถึงตอนนี้ ก็ให้นึกไปถึงเมื่อครั้งที่ผมเองเริ่มดื่มกาแฟจนถึงขั้นขวนขวายหาวิธีชงที่ถูกปาก จากกาแฟสำเร็จรูปที่เคยใส่ครีมเทียมและน้ำตาล มาไม่ใส่อะไร
จนถึงช่วงหนึ่งจากความรีบเร่งและต้องการการกระตุ้นจากคาเฟอีนมากกว่าความหอม ก็ซื้อกาแฟกระป๋องยกลังมาแช่ตู้เย็น หลังจากนั้น ก็เริ่มจะหันมาชงกาแฟคั่วบด
แต่ก็ยังแสวงหาหนทางในการชงที่พึงใจอยู่
"กฤษกร" เองก็เริ่มเรื่องเกี่ยวกับการรู้จักกับกาแฟแก้วแรกๆของเขาเช่นกัน จากกาแฟใส่นมน้ำตาลมาสู่กาแฟดำและกาแฟคั่วบด
หลังจากโหมโรงในบทแรกแล้ว เขาก็เริ่มเขียนถึงกาแฟในประเทศไทย ตามด้วยการบอกเล่าถึงวิธีการ "ชง" ที่มีอยู่อย่างมากมายจนเลือกไม่ถูก ตั้งแต่การชงแบบโบราณขนานแท้ คือการต้มใส่น้ำตาลในหม้อไอบริคส์ ไปจนถึงการชงผ่านเครื่องอัดแรงดัน ประสบการณ์การขึ้นยอดดอยสูงของเมืองไทยเพื่อหา "น้ำ" มาชงกาแฟ
จากนั้นจะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับกาแฟหลากหลายแหล่ง จากเมล็ดแรกที่มนุษย์ได้รู้จักตามตำนานชายเลี้ยงแพะแห่งคาฟฟา จนขยายออกไปรอบโลกตามแนวเส้นศูนย์สูตร
ตลอดเนื้อหาภายใน "ขม ร้อนร้อน" นอกจากเรื่องราวของ "กาแฟ" โดยตรงแล้ว ยังมีเรื่องราวของผลกระทบที่มาจากการปลูกกาแฟอีกด้วย โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างมากในช่วงการขยายตัวของอุตสาหกรรม ทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังแทรกอารมณ์ขันไว้หลายตอน
อ่านยังไม่ทันจบ ระหว่างหน้าที่พลิกก็คิดไปถึงกาแฟหอม ร้อนๆ ขมๆ สักแก้ว ลุกไปชงกาแฟตามวิธีที่เคยชง และยังซื้อเครื่องมือใหม่มาชงตามที่ได้อ่าน จิบพลางอ่านพลาง
เพลินๆจนอยากบอกคอกาแฟว่า ควรหามาอ่านสักเล่มนะครับ..
-----------------------------
หมายเหตุ - เผยแพร่ครั้งแรก เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 28 มกราคม 2557
หมายเหตุ - เผยแพร่ครั้งแรก เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 28 มกราคม 2557



