".. หนังสือเล่มนี้ช่วยสร้างทั้งแรงบันดาลใจ กำลังใจ และแง่คิดดีๆให้แก่ผู้อ่าน โดยใช้การเล่าเรื่องผ่านตัวละคร “ฉัน” ที่เพิ่งลืมตาขึ้นจากเฉียดตาย จากอาการเบื่อโลก .."
ไม่นานมานี้ ผมได้ทำความรู้จักกับหนังสือของจิตแพทย์คนนี้อีกเล่ม นั่นคือ “เมื่อฉันลืมตาแล้วโลกเปลี่ยนไป” พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2551 โดยสำนักพิมพ์ 4-letter word ราคา 150 บาท
เนื้อหายังคงอิงกับภาพยนตร์ โดยหมอพีรพลได้เขียนไว้ทำนองว่า หากใครได้เห็นยี่ห้อ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ” อันเป็นชื่อที่ใช้เขียนบล็อก http://aorta.bloggang.com ของเขา ก็คงเดาได้ว่า คงสลัดหนังออกจากชีวิตไม่ได้แน่
แต่คุณหมอไม่ได้เฉลยนะครับว่า หนังมีส่วนอย่างไร จนกระทั่งคุณจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้นั่นแหละจึงจะพอเริ่มเดาออก
ผมเองก็ไม่ต้องการจะเฉลยเช่นกัน บอกได้เพียงว่า หนังสือเล่มนี้ช่วยสร้างทั้งแรงบันดาลใจ กำลังใจ และแง่คิดดีๆให้แก่ผู้อ่าน โดยใช้การเล่าเรื่องผ่านตัวละคร “ฉัน” ที่เพิ่งลืมตาขึ้นจากเฉียดตาย จากอาการเบื่อโลก
หนังสือเล่มนี้อาจช่วยหลายๆคนมีกำลังสู้ชีวิตในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ การเมืองเองก็ยังหาทางออกไม่เจอ
ช่วยย้ำเรื่องที่ว่า ทำไมคนบางคนจึงใช้เวลาทั้งชีวิตคิดแต่จะหาเงินทอง อำนาจ แต่ชีวิตไม่เคยมีความสุข อ่านแล้วผมก็คิดถึงคนบางคนที่ต้องร่อนเร่ไปทั่ว ส่วนคนบางคนก็แพ้ไม่เป็น ประกาศชัยชนะเป็นอย่างเดียว
บางบททำให้คิดได้ว่า เราไม่ควรตกเป็นทาสของความโกรธ โดยเฉพาะหลังจากอ่านประโยคที่ว่า
“เราไม่สามารถเรียกคืนสิ่งที่ความโกรธทำลายล้างกลับคืนมา มิหนำซ้ำ เราเองต้องชดใช้หนี้ที่ความโกรธสร้างไว้”
หรือบางตอน ก็อาจจะอยากลุกขึ้นไปทำอะไรที่เคยคิดเคยฝันไว้นานแล้วว่า จะทำให้ได้สักวันแต่ก็ไม่ถึงวันนั้นสักที
เปิดไปเจออีกตอน ก็คิดอะไรได้สักอย่าง หลังจากเจอประโยคนี้
“เราอาจเสียโอกาสดีๆไป ถ้ามัวแต่มองข้างหลังมากเกินไป”
นั่นสิ 2-3 ปีมานี้ เรากำลังเสียโอกาสดีๆอะไรไปแล้วบ้างครับ...
----------------------------
หรือบางตอน ก็อาจจะอยากลุกขึ้นไปทำอะไรที่เคยคิดเคยฝันไว้นานแล้วว่า จะทำให้ได้สักวันแต่ก็ไม่ถึงวันนั้นสักที
เปิดไปเจออีกตอน ก็คิดอะไรได้สักอย่าง หลังจากเจอประโยคนี้
“เราอาจเสียโอกาสดีๆไป ถ้ามัวแต่มองข้างหลังมากเกินไป”
นั่นสิ 2-3 ปีมานี้ เรากำลังเสียโอกาสดีๆอะไรไปแล้วบ้างครับ...
----------------------------
หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑


