".. อ่านแล้ว ก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม แต่ก็ยังคงเผื่อใตไว้ดังที่คำนำสำนักพิมพ์เขียนไว้ว่า บันทึกก็ย่อมจะมีการคลาดเคลื่อนกันได้ .."
ทั้งจากการค้นคว้าทำการวิจัย เช่น “อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยาม” โดย อ.เบนจามิน เอ. บัทสัน
ทั้งคำบอกเล่า บันทึก เช่น “บันทึกของทูตญี่ปุ่น ผู้เห็นเหตุการณ์ปฏิวัติ 2475 การปฏิวัติและการเปลี่ยนแปลงในประเทศสยาม” ซึ่งบันทึกโดยยาสุกิจิ ยาตาเบ อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงสยาม ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
หรือคำให้สัมภาษณ์ของบุคคลในเหตุการณ์ เช่น “เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475” ซึ่งเป็นคำให้สัมภาษณ์ของพระยาพหลพลพยุหเสนาแก่กุหลาบ สายประดิษฐ์
บางท่านบอกว่าก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับใช้อธิบายเหตุการณ์ในครั้งนั้น บางท่านอาจจะบอกว่ายังน้อยไป บ้างก็ว่าอาจจะเคยมีมากกว่านี้ แต่ก็สูญหายไปตามกาลเวลา
โดยเฉพาะบุคคลซึ่งเคยอยู่ร่วมสมัยในขณะนั้นก็ล้วนแล้วแต่ล้มหายตายจากไปแล้วแทบทั้งสิ้น สิ่งที่พวกเขาและเธอรับรู้แต่ไม่ได้บอกกล่าวแก่ใครก็สูญหายตามไปด้วย
แต่ก็ใช่ว่าทั้งหมดจะหายไป เมื่อปี 2542 หม่อมเจ้าสุภัทรดิส ดิศกุล ได้ประทานต้นฉบับบันทึกเรื่อง “สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น” ซึ่งหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล” ธิดาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ไว้เมื่อปี 2486 แก่หนังสือศิลปวัฒนธรรม
หลังจากบางตอนได้พิมพ์ในศิลปวัฒนธรรมและมติชนสุดสัปดาห์ ก็ได้พิมพ์เป็นหนังสือ “สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕” พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2543
เนื้อหาภายในไล่เรียงมาตั้งแต่ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จขึ้นครองราชย์ กระทั่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
อ่านแล้ว ก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม แต่ก็ยังคงเผื่อใตไว้ดังที่คำนำสำนักพิมพ์เขียนไว้ว่า บันทึกก็ย่อมจะมีการคลาดเคลื่อนกันได้
และดังที่ได้เห็นบันทึกโดยทั่วไปแล้วว่า นอกจากจะมีข้อเท็จจริงแล้ว ก็ยังจะมีอารมณ์ ความรู้สึก และอคติของผู้เขียนอยู่ในบันทึกนั้นๆด้วย..
------------------
หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑


