".. เหมาะที่จะหามาอ่านกัน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจเพื่อทำให้ความหมายของการเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลง จากเรื่องของผลประโยชน์และอำนาจของคนไม่กี่คนมาเป็นเพื่อคนจำนวนมากจะได้อยู่ร่วมกันโดยปราศจากปัญหา .."
ยิ่งในขณะนี้ยิ่งเห็นเรื่องการต่อรองกันชัดเจน
แต่หากจะกล่าวถึงการเมืองกับเรื่องธรรมะ อาจจะมีหลายคนส่ายหน้า
ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หากได้ลองอ่านหนังสือ “ธรรมะกับการเมือง” ซึ่งเป็นธรรมบรรยายของท่านพุทธทาส ในช่วงปี 2519
ภาพปกหนังสือที่นำมานี้เป็นเล่มพิมพ์เมื่อเดือนมกราคม 2549 โดยสำนักพิมพ์เพชรประกาย ในโอกาสครอบรอบ 100 ปีชาตกาลท่านพุทธทาส
ในหนังสือเล่มนี้ ท่านพุทธทาสบอกไว้ว่า การเมืองคือธรรมะ ถ้าการเมืองบริสุทธิ์ก็เป็นไปตามธรรมะ แต่ถ้าการเมืองสกปรกก็ขาดธรรมะ
“การเมืองคือระบบการจัดหรือการกระทำ เพื่อคนจำนวนมากจะอยู่กันโดยปราศจากปัญหา โดยไม่ต้องใช้อาชญา”
และยังได้บอกถึงธรรมะสำหรับนักการเมืองไว้ เช่น การเป็นปูชนียบุคคล การยึดถืออุดมคติพระโพธิสัตว์
นอกจากนี้ ยังได้บรรยายถึงกาลามสูตร ซึ่งท่านพุทธทาสบอกว่าเป็นหัวใจของพุทธศาสนาเกี่ยวกับเรื่องของความเชื่อ และกล่าวถึงอิสรภาพในการคิด การศึกษา การรวบรวมมาวินิจฉัย การวินิจฉัยการเลือกเฟ้นและการปฏิบัติเพื่อรับหน้าความหลอกลวงทางการเมืองในโลกนี้
ดังที่คำนำของสำนักพิมพ์เขียนไว้ว่า แม้ท่านพุทธทาสจะได้แสดงไว้นานปีแล้ว แต่ก็มีเนื้อหาสาระเหมาะกับเหตุการณ์และสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน
เหมาะที่จะหามาอ่านกัน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจเพื่อทำให้ความหมายของการเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลง จากเรื่องของผลประโยชน์และอำนาจของคนไม่กี่คนมาเป็นเพื่อคนจำนวนมากจะได้อยู่ร่วมกันโดยปราศจากปัญหา
โดยเฉพาะตัวละคนที่เล่นการเมืองอยู่ขณะนี้ น่าจะหามาอ่านกัน เผื่อจะได้ทำอย่างที่พูดกันบ้าง ไม่ใช่ปากบอกว่าปล่อยวาง ปากบอกว่ายึดถือธรรมะ แต่พฤติกรรมที่ออกมากลับยังยึดมั่นถือมั่น ยังมีแนวคิดที่สุดโต่ง ไม่รู้จักทางสายกลาง
จนบ้านเมืองเกิดการแตกแยก คนจำนวนมากอยู่ร่วมกันท่ามกลางปัญหา และใช้อาชญาเข้าทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามกัน..
----------------
หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๑


