เมื่อได้ฟังสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายก่อนลงมติในพระราชกำหนดและร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ พ.ศ.2552 รวมวงเงิน 8 แสนล้านบาท
และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 จำนวน 1.7 ล้านล้านบาท
หรือได้อ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว อาจจะนึกสงสัยว่า วิธีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลมาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะการกู้เงินมาให้เราคนไทยช่วยกันแบกหนี้ร่วมกัน 8 แสนล้านบาท เป็นเรื่องที่ควรทำ
หรือสิ่งที่ฝ่ายค้านทักท้วง และเสนอ เป็นเรื่องที่ถูกต้องกันแน่
แต่ครั้นจะหาหนังสือมาอ่านเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะเศรษฐศาสตร์มหภาค ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเงินภาครัฐเช่นนี้ ก็ยังไม่ทราบว่าจะหาเล่มใดมาอ่าน
ลองหนังสือ "เศรษฐศาสตร์ฉบับกระป๋อง" ซึ่งมีนรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ ซึ่งมีผลงานเป็นหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์แล้วหลายเล่ม เป็นผู้เขียน พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2552 โดยสำนักพิมพ์เดคิซูกิดอทเน็ต เล่มไม่หนา 144 หน้า ราคา 115 บาท
หนังสือเล่มนี้ นรินทร์ได้เขียนถึงเศรษฐศาสตร์มหภาคไว้หลายแนวทาง ซึ่งเขาได้้เขียนไว้ในคำนำว่า
และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 จำนวน 1.7 ล้านล้านบาท
หรือสิ่งที่ฝ่ายค้านทักท้วง และเสนอ เป็นเรื่องที่ถูกต้องกันแน่
แต่ครั้นจะหาหนังสือมาอ่านเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะเศรษฐศาสตร์มหภาค ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเงินภาครัฐเช่นนี้ ก็ยังไม่ทราบว่าจะหาเล่มใดมาอ่าน
ลองหนังสือ "เศรษฐศาสตร์ฉบับกระป๋อง" ซึ่งมีนรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ ซึ่งมีผลงานเป็นหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์แล้วหลายเล่ม เป็นผู้เขียน พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2552 โดยสำนักพิมพ์เดคิซูกิดอทเน็ต เล่มไม่หนา 144 หน้า ราคา 115 บาท
หนังสือเล่มนี้ นรินทร์ได้เขียนถึงเศรษฐศาสตร์มหภาคไว้หลายแนวทาง ซึ่งเขาได้้เขียนไว้ในคำนำว่า
"เศรษฐศาสตร์มหภาคเป็นเรื่องที่ผู้คนในสังคมยังมีความเห็นแตกต่างกันมาก ไม่รู้จะหาจุดลงตัวที่ตรงไหนเพราะว่ามันไม่มี แต่สุดท้่ายแล้ว ผมก็ตัดสินใจเขียนออกมาโดยตัดความกังวลเหล่านั้นทิ้งไป
"แม้ผมจะพยายามพูดถึงความเห็นของทุกแนวทางไว้ในหนังสือเล่มนี้ แต่สุดท้ายแล้วผมก็ไม่อาจเขียนออกมาในแบบที่เป็นกลางร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ เพราะผมยังเป็นปุถุชนคนธรรมดาอยู่ จึงมีความลำเอียงทั้งในแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว"
เนื้อหายังคงรูปแบบของนรินทร์ คือมีการยกตัวอย่างให้เข้าใจกันง่ายๆ เหมือนกับชื่อของหนังสือว่า ง่ายเหมือนทานอาหารกระป๋อง
เช่น ในบทแรก ซึ่งอธิบายถึงเรื่องความเชื่อของนักเศรษฐศาสตร์ที่ว่า ในสังคมมนุษย์ทรัพยากรมีจำกัดเสมอ ก็ได้่ยกตัวอย่างให้นึกถึงการไปติดเกาะร้าง ก่อนที่จะอธิบายเปรียบเทียบกับโลกทั้งใบ
หรือในบทต่อๆมาที่อธิบายเปรียบเทียบทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์หลายๆทฤษฎี ที่หลายประเทศในโลกนี้นำมาใช้
และยังอธิบายให้เห็นว่า โลกนี้ยังมีของฟรีอยู่ นั่นคือการแลกเปลี่ยนกันโดยสมัครใจ ที่ทุกฝ่ายเป็นผู้ได้ประโยชน์
ลองหาอ่านดู เผื่อจะตัดสินใจได้ว่า รูปแบบหรือแนวทางใด เหมาะจะใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ไทย แนวทางของรัฐบาลใช้ได้หรือไม่ หรือที่ฝ่ายค้านเสนอจะดีกว่า
หรืออาจจะมีแนวทางใหม่ๆ มาช่วยอีกแนวหนึ่งก็เป็นไปได้..
"แม้ผมจะพยายามพูดถึงความเห็นของทุกแนวทางไว้ในหนังสือเล่มนี้ แต่สุดท้ายแล้วผมก็ไม่อาจเขียนออกมาในแบบที่เป็นกลางร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ เพราะผมยังเป็นปุถุชนคนธรรมดาอยู่ จึงมีความลำเอียงทั้งในแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว"
เนื้อหายังคงรูปแบบของนรินทร์ คือมีการยกตัวอย่างให้เข้าใจกันง่ายๆ เหมือนกับชื่อของหนังสือว่า ง่ายเหมือนทานอาหารกระป๋อง
เช่น ในบทแรก ซึ่งอธิบายถึงเรื่องความเชื่อของนักเศรษฐศาสตร์ที่ว่า ในสังคมมนุษย์ทรัพยากรมีจำกัดเสมอ ก็ได้่ยกตัวอย่างให้นึกถึงการไปติดเกาะร้าง ก่อนที่จะอธิบายเปรียบเทียบกับโลกทั้งใบ
หรือในบทต่อๆมาที่อธิบายเปรียบเทียบทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์หลายๆทฤษฎี ที่หลายประเทศในโลกนี้นำมาใช้
และยังอธิบายให้เห็นว่า โลกนี้ยังมีของฟรีอยู่ นั่นคือการแลกเปลี่ยนกันโดยสมัครใจ ที่ทุกฝ่ายเป็นผู้ได้ประโยชน์
ลองหาอ่านดู เผื่อจะตัดสินใจได้ว่า รูปแบบหรือแนวทางใด เหมาะจะใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ไทย แนวทางของรัฐบาลใช้ได้หรือไม่ หรือที่ฝ่ายค้านเสนอจะดีกว่า
หรืออาจจะมีแนวทางใหม่ๆ มาช่วยอีกแนวหนึ่งก็เป็นไปได้..
-----------------------------
หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๒


