".. หรือจริงๆแล้ว สิ่งที่โอโชวิพากษ์นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรานั้นมีชีวิตอยู่อย่างตระหนักรู้อยู่ ณ ปัจจุบัน .."
จนวันหนึ่งผมจึงมีโอกาสได้อ่านความคิดของโอโชผ่านหนังสือเล่มนี้
“คุรุวิพากษ์คุรุ” หนังสือซึ่งโอโชเป็นผู้เขียน มีโตมร ศุขปรีชา เป็นผู้แปลและเรียบเรียง จากเดิมในชื่อภาษาอังกฤษที่ว่า Meeting with remarkable people พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2552 โดยสำนักพิมพ์จีเอ็ม บุ๊คส์ มีท่าน ว.วชิรเมธี เขียนคำนำให้
แม้จะตั้งชื่อว่า “คุรุวิพากษ์คุรุ” แต่ในคำนำของสำนักพิมพ์ก็ได้บอกกล่าวไว้ว่า
“คุรุวิพากษ์คุรุ” หนังสือซึ่งโอโชเป็นผู้เขียน มีโตมร ศุขปรีชา เป็นผู้แปลและเรียบเรียง จากเดิมในชื่อภาษาอังกฤษที่ว่า Meeting with remarkable people พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2552 โดยสำนักพิมพ์จีเอ็ม บุ๊คส์ มีท่าน ว.วชิรเมธี เขียนคำนำให้
แม้จะตั้งชื่อว่า “คุรุวิพากษ์คุรุ” แต่ในคำนำของสำนักพิมพ์ก็ได้บอกกล่าวไว้ว่า
“โอโชไม่เคยยอมรับว่า เขาเป็นคุรุเพราะเขาไม่ได้มีหน้าที่มาสั่งสอนใคร หรือซ่อมอะไรให้ใคร แต่ตัวเราแต่ละคนต่างหากจะต้องมารับผิดชอบต่อชีวิตของเราเอง ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มทึ่ จะนำมาซึ่งอิสรภาพอย่างเต็มเปี่ยม”
ส่วนคุรุที่โอโชวิพากษ์ในหนังสือเล่มนี้ มีทั้งสิ้น 20 ท่าน ประกอบไปด้วยท่านโพธิธรรม, พระพุทธเจ้า, ชิโยโนะ, จวงจื่อ, ไดโอนิซิอุส, คาลิล ยิบราน, เกอร์จิยา, เฮราคลิตุส, พระเยซู, กาบีร์, พระกฤษณะ, เจ. กฤษณะมูรติ, เล่าจื่อ, มีรา, นิทเช่, พิธากอรัส, ราบิยา อัล-อดาบิยา, รูมี, ซานาย และโสกราตีส
เหมือนอย่างที่คำนำในหนังสือเล่มนี้ว่าไว้ ซึ่งก็ตรงใจของผมเมื่อได้อ่านเนื้อหาภายในหนังสือว่า “การวิพากษ์เหล่าคุรุ ซึ่งมึสาวกและผู้คนศรัทธาอย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า พระเยซู พระโพธิธรรม ฟรีดริช นิทเช่ คาลิล ยิบราน พระกฤษณะ หรือ เจ. กฤษณะมูติ ฯลฯ อาจจะล่อแหลมและสั่นคลอนต่อความยึดมั่นในความคิดความเชื่อดั้งเดิมไม่น้อย ซึ่งพร้อมจะจุดประเด็นความแตกต่างและความเปราะบางทางความคิดอันหลากหลายให้เกิดขึ้นได้ในวงกว้าง”
อย่างประโยคที่ว่า “พระพุทธเจ้าไม่ได้มอบนิพพานให้เป็นเป้าหมาย แบบอย่าง หรืออุดมคติของคุณ พระองค์ปลดปล่อย ไม่ได้บีบบังคับ พระพุทธเจ้าสอนคุณถึงวิธีมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่เป้าหมายใดๆ ไม่ใช่เพื่อให้บรรลุอะไร ทว่าให้มีความสุขอยู่ที่นี่ ณ บัดนี้ พระองค์สอนให้มีชีวิตอยู่อย่างตระหนักรู้ ไม่ใช่วิธีการไปสู่อะไร มันคือเป้าหมายในตัวเอง เป็นทั้งวิถีทางและปลายทาง อันมีคุณค่าอยู่ในตัวเอง"
เพียงประโยคนี้ ก็อาจจะมีผู้คนหยิบมาถกเถียงกันว่า สิ่งที่โอโชวิพากษ์นั้นถูกต้องแล้วหรือ สุดท้ายปลายทางแห่งพุทธศาสนิกชนไม่ใช่เพื่อนิพพานหรือ หรือจริงๆแล้ว สิ่งที่โอโชวิพากษ์นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรานั้นมีชีวิตอยู่อย่างตระหนักรู้อยู่ ณ ปัจจุบัน
หรือเราจะลองอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างเช่นที่ท่าน ว.วชิรเมธีเขียนไว้ในคำนำว่า “ได้โปรดอย่าเผลอเอาอัตตาและสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตาของตัวเอง สอดเข้าไปในสิ่งที่โอโชวิพากษ์วิจารณ์เสนอแนะเป็นอันขาด
“มีแต่การอ่านด้วยท่าทีแห่งการเป็นผู้ดู โดยไม่เผลอเข้าไปเป็นผู้เป็นเท่านั้น ผลงานของโอโชเล่มนี้จึงจะก่อให้เกิดปีติสุขและความรื่นรมย์ทางปัญญาและจิตวิญญาณอันใหญ่หลวงแก่ท่านตลอดไป”..
----------------
ส่วนคุรุที่โอโชวิพากษ์ในหนังสือเล่มนี้ มีทั้งสิ้น 20 ท่าน ประกอบไปด้วยท่านโพธิธรรม, พระพุทธเจ้า, ชิโยโนะ, จวงจื่อ, ไดโอนิซิอุส, คาลิล ยิบราน, เกอร์จิยา, เฮราคลิตุส, พระเยซู, กาบีร์, พระกฤษณะ, เจ. กฤษณะมูรติ, เล่าจื่อ, มีรา, นิทเช่, พิธากอรัส, ราบิยา อัล-อดาบิยา, รูมี, ซานาย และโสกราตีส
เหมือนอย่างที่คำนำในหนังสือเล่มนี้ว่าไว้ ซึ่งก็ตรงใจของผมเมื่อได้อ่านเนื้อหาภายในหนังสือว่า “การวิพากษ์เหล่าคุรุ ซึ่งมึสาวกและผู้คนศรัทธาอย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า พระเยซู พระโพธิธรรม ฟรีดริช นิทเช่ คาลิล ยิบราน พระกฤษณะ หรือ เจ. กฤษณะมูติ ฯลฯ อาจจะล่อแหลมและสั่นคลอนต่อความยึดมั่นในความคิดความเชื่อดั้งเดิมไม่น้อย ซึ่งพร้อมจะจุดประเด็นความแตกต่างและความเปราะบางทางความคิดอันหลากหลายให้เกิดขึ้นได้ในวงกว้าง”
อย่างประโยคที่ว่า “พระพุทธเจ้าไม่ได้มอบนิพพานให้เป็นเป้าหมาย แบบอย่าง หรืออุดมคติของคุณ พระองค์ปลดปล่อย ไม่ได้บีบบังคับ พระพุทธเจ้าสอนคุณถึงวิธีมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่เป้าหมายใดๆ ไม่ใช่เพื่อให้บรรลุอะไร ทว่าให้มีความสุขอยู่ที่นี่ ณ บัดนี้ พระองค์สอนให้มีชีวิตอยู่อย่างตระหนักรู้ ไม่ใช่วิธีการไปสู่อะไร มันคือเป้าหมายในตัวเอง เป็นทั้งวิถีทางและปลายทาง อันมีคุณค่าอยู่ในตัวเอง"
เพียงประโยคนี้ ก็อาจจะมีผู้คนหยิบมาถกเถียงกันว่า สิ่งที่โอโชวิพากษ์นั้นถูกต้องแล้วหรือ สุดท้ายปลายทางแห่งพุทธศาสนิกชนไม่ใช่เพื่อนิพพานหรือ หรือจริงๆแล้ว สิ่งที่โอโชวิพากษ์นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรานั้นมีชีวิตอยู่อย่างตระหนักรู้อยู่ ณ ปัจจุบัน
หรือเราจะลองอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างเช่นที่ท่าน ว.วชิรเมธีเขียนไว้ในคำนำว่า “ได้โปรดอย่าเผลอเอาอัตตาและสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตาของตัวเอง สอดเข้าไปในสิ่งที่โอโชวิพากษ์วิจารณ์เสนอแนะเป็นอันขาด
“มีแต่การอ่านด้วยท่าทีแห่งการเป็นผู้ดู โดยไม่เผลอเข้าไปเป็นผู้เป็นเท่านั้น ผลงานของโอโชเล่มนี้จึงจะก่อให้เกิดปีติสุขและความรื่นรมย์ทางปัญญาและจิตวิญญาณอันใหญ่หลวงแก่ท่านตลอดไป”..
----------------
หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒


